รีเซต

ศูนย์จีโนมฯ เปิด 4 กลุ่มเคลด ไวรัส "ฝีดาษลิง" แพร่กระจายที่ไหนบ้าง พร้อมเผยวิธีการตั้งชื่อ

ศูนย์จีโนมฯ เปิด 4 กลุ่มเคลด ไวรัส "ฝีดาษลิง" แพร่กระจายที่ไหนบ้าง พร้อมเผยวิธีการตั้งชื่อ
TNN ช่อง16
14 สิงหาคม 2565 ( 13:12 )
50
ศูนย์จีโนมฯ เปิด 4 กลุ่มเคลด ไวรัส "ฝีดาษลิง" แพร่กระจายที่ไหนบ้าง พร้อมเผยวิธีการตั้งชื่อ

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ เผย องค์การอนามัยโลกแบ่ง 4 กลุ่ม หรือ 4 เคลดของไวรัส "ฝีดาษลิง" ตามอาการโรค ระหว่างรอการตั้งชื่อไวรัสฝีดาษลิงอย่างเป็นทางการจาก "ICTV" พร้อมเผยวิธีตั้งชื่อ ไม่ควรใช้คำแบบไหนบ้าง

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ (Center for Medical Genomics) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งชื่อชนิดหรือประเภทของไวรัส โดยระบุว่า การตั้งชื่อนั้น เป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยอนุกรมวิธานของไวรัส (the International Committee on the Taxonomy of Viruses: ICTV) ไม่ใช่หน้าที่ของ "องค์การอนามัยโลก" หรือ WHO ซึ่งกระบวนการตั้งชื่อไวรัส "ฝีดาษลิง" และไวรัสฝีดาษในสัตว์อื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

การตั้งชื่อไวรัส "ฝีดาษลิง" ที่เรียกขานกันมา 64 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะชื่อควรระบุถึงอาการของโรค เลี่ยงชื่อสถานที่ระบาด เลี่ยงชื่อคนหรือชื่อสัตว์ และงดใช้ชื่อที่ก่อให้เกิดบาดแผลทางสังคม รวมทั้งแก้ชื่อที่ปรากฏบนฐานข้อมูล ต่างๆ เช่น ที่ รพ. ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดูแล ป้องกัน รักษา และคิดค่าใช้จ่าย 

ในส่วนขององค์การอนามัยโลก ระหว่างรอการตั้งชื่อไวรัสฝีดาษลิงอย่างเป็นทางการจาก "ICTV" ได้ทำการแบ่งกลุ่มหรือเคลด (clade/variant) ของไวรัส "ฝีดาษลิง" ตามอาการโรค และการกลายพันธุ์ที่ปรากฏจากการถอดรหัสพันธุกรรม เสร็จเป็นที่เรียบร้อยและมีผลนำไปใช้ได้ทันที ดังนี้

ภาพจาก Center for Medical Genomics

กลุ่มไวรัสที่ 1 (clade I) พบระบาดบริเวณลุ่มน้ำคองโก (แอฟริกากลาง) มีความรุนแรงของโรคสูง อัตราการตายในบางพื้นทีสูงถึง 10% แพร่ระบาดระหว่างสัตว์สู่คน กลายพันธุ์ในอัตราต่ำ

กลุ่มไวรัสที่ 2 (clade II) พบระบาดบริเวณแอฟริกาตะวันตก มีความรุนแรงของโรคต่ำ อัตราการตาย

กลายพันธุ์ในอัตราต่ำ-ปานกลาง

กลุ่มไวรัสที่ 2a (clade IIa) พบการระบาดในปี 2022 นอกทวีปแอฟริกา ส่วนใหญ่พบนอกทวีปยุโรป มีความรุนแรงของโรคต่ำ อัตราการตาย

เนื่องจากเอนไซม์มนุษย์ที่สร้างจากยีน “APOBEC3” ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันไวรัสเข้ามารุกรานเซลล์ โดยเอนไซม์ดังกล่าวจะกระตุ้นให้จีโนมไวรัสมีกลายพันธุ์ในลักษณะจำเพาะ (TT เปลี่ยนเป็น TA หรือ GA เปลี่ยนเป็น AA) 

จนทำให้จีโนมเสียหายไม่อาจเพิ่มจำนวนไวรัสได้ ส่วนไวรัสที่เหลือรอดก็จะปรากฏเสมือนแผลเป็น (TT เปลี่ยนเป็น TA หรือ GA เปลี่ยนเป็น AA) บนสายจีโนม แพร่ระบาดระหว่างคนสู่คนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มของชายรักชายถึงร้อยละ 99 

ภาพจาก Center for Medical Genomics

กลุ่มไวรัสที่ 2b (clade IIb) ระบาดในปี 2022 นอกทวีปแอฟริกา ส่วนใหญ่พบในทวีปยุโรป มีความรุนแรงของโรคต่ำ อัตราการตาย

เนื่องจากเอนไซม์มนุษย์ที่สร้างจากยีน “APOBEC3” ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันไวรัสเข้ามารุกรานเซลล์โดยเอนไซม์ดังกล่าวจะกระตุ้นให้จีโนมไวรัสมีกลายพันธุ์ในลักษณะจำเพาะ (TT เปลี่ยนเป็น TA หรือ GA เปลี่ยนเป็น AA) 

จนทำให้จีโนมเสียหายไม่อาจเพิ่มจำนวนไวรัสได้ ส่วนไวรัสที่เหลือรอดก็จะปรากฏเสมือนแผลเป็น (TT เปลี่ยนเป็น TA หรือ GA เปลี่ยนเป็น AA) บนสายจีโนม แพร่ระบาดระหว่างคนสู่คนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มของชายรักชายถึงร้อยละ 99 



ข้อมูลจาก Center for Medical Genomics

ภาพจาก Center for Medical Genomics , AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง