รีเซต

เมื่อเมืองในจีนจะเป็น 'เขตปลอดขยะ' ภายใน 10 ปีข้างหน้า (1)

เมื่อเมืองในจีนจะเป็น 'เขตปลอดขยะ' ภายใน 10 ปีข้างหน้า (1)
TNN ช่อง16
4 มีนาคม 2569 ( 15:18 )
25

ปี 2035 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดของแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 16 (2031-2035) ดูจะเป็น “หมุดหมายสำคัญ” สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาให้จีนเป็น “ประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่” (Modern Socialist Country) ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ซ่อนอยู่ก็ได้แก่ การสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ...

จีนเป็นประเทศที่จำนวนประชากรอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีจำนวนประชากรกว่า 1,400 ล้านคน เป็น “โรงงานของโลก” และมีสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ท้าทาย ทำให้จีนเป็นแหล่งผลิตขยะในปริมาณมากที่สุดในโลก แหล่งข้อมูลระบุว่า จีนมีปริมาณขยะสะสมมากกว่า 80,000 ล้านตันในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ผลิตขยะถึง 12,000 ล้านตันต่อปี (ไทยผลิตขยะราว 30 ตันต่อปี) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี 

นอกจากนี้ โลกที่เปลี่ยนไปสู่ดิจิตัลมากขึ้นก็ทำให้จีนเผชิญกับความท้าทายใหม่ของการเป็นแชมป์โลกผู้ผลิตและผู้รับ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” (e-Waste) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาร์ตโฟนและอิเล็กทรอนิกส์อื่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียม

ประการสำคัญ เมืองขนาดกลางและใหญ่ของจีนมากกว่า 600 แห่ง ซึ่งคิดเป็นราว 25% ของจำนวนเมืองโดยรวมในขนาดเดียวกัน ก็ยังขาดพื้นที่ที่เหมาะสมในเมืองในการรวบรวมและกำจัดขยะ

ผมกำลังพูดว่า จีนเผชิญกับปัญหาที่มีความท้าทายยิ่งพร้อมกันในหลายส่วน ทั้งขยะที่มีปริมาณมากและยากต่อการบำบัด จำนวนประชากรที่มาก และที่ดินที่จำกัด ดังนั้น หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ขยะดังกล่าวก็จะก่อให้เกิดมลพิษร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและวิถึชีวิตของผู้คน รวมทั้งยังเป็นความสิ้นเปลืองด้านทรัพยากรในอีกทางหนึ่ง 

รัฐบาลจีน โดยกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็น “แม่งาน” ในเรื่องนี้ จึงได้ริเริ่มแนวคิด “เมืองปลอดขยะ” (Waste-Free City) โดยเปลี่ยนมุมมองจาก “วัสดุที่ไม่มีมูลค่า” (Waste) เป็น “ความมั่งคั่ง” (Wealth) ทำให้พื้นฐานในการจัดการเมืองปรับเปลี่ยนจาก “การกําจัดแบบดั้งเดิม” ไปสู่ระบบที่ซับซ้อนบน “แบบจำลองเศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy Models) เพื่อให้ขยะหรือของเสียเหล่านี้ได้รับการจัดการในฐานะ “ทรัพยากร” (Resources) มากกว่า “ภาระ” (Burdens)

ในเชิงนโยบาย แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง “เมืองปลอดขยะ” ดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมาย “คาร์บอนคู่” และส่งเสริมการพัฒนาเมือง “คุณภาพสูง” ของจีน ผ่านการส่งเสริมความรับผิดชอบของผู้ผลิตและแรงจูงใจสำหรับธุรกิจในการยึดโยงกับโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการใช้ชีวิตในชุมชนเมืองให้ใกล้ศูนย์ 

ผมขอทำความเข้าใจเพิ่มเติมก่อนว่า “เมืองปลอดขยะ” ไม่ได้หมายถึง เมืองที่ไร้ขยะ แต่หมายถึงแบบจําลองเมืองที่เน้นไปที่เศรษฐกิจหมุนเวียน กล่าวคือ การลดการสร้างขยะที่แหล่งกําเนิด ลดการฝังกลบ และส่งเสริมการผลิตและวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเพิ่มการนำกลับมาใช้ใหม่ของวัสดุจากภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และครัวเรือนให้มากที่สุด อาทิ การเปลี่ยนเศษอาหารเป็นอาหารสัตว์ (ปลาและแมลง) และปุ๋ยอินทรีย์ การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน และระบบการจัดการอัจฉริยะ

ในทางปฏิบัติ เราเห็นโครงการปลอดขยะในจีนได้รับการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี โดยเริ่มจากการดำเนินโครงการนำร่องในเซี่ยงไฮ้ และกระจายไปในหลายเมืองที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการลดผลกระทบของการใช้พื้นที่กักเก็บขยะและส่งเสริมวิถีชีวิตสีเขียว

ทั้งนี้ เซี่ยงไฮ้ได้รับมอบหมายให้เป็นเมืองนำร่องในการคัดแยกขยะแห่งแรกของจีนเมื่อปี 2017 ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมเห็นตัวเมืองเซี่ยงไฮ้เปลี่ยนถังขยะดั้งเดิมเป็นถังขยะรูปแบบใหม่หลากสีจำนวนนับแสนใบทั่วเมืองในเวลาเพียงข้ามคืน แถมต่อมายังพยายามให้ความรู้ความเข้าใจ แรงจูงใจ และบทลงโทษเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ

ต่อมาในปี 2019 กระทรวงฯ ได้กำหนดโครงการบุกเบิกครั้งใหญ่ “11+5” โดยเลือกให้บางพื้นที่ของ 11 เมือง อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น เซี๊ยะเหมิน เทียนจิน ฉงชิ่ง ซานย่า (ไฮ่หนาน) และก้านโจว (ฝูเจี้ยน) และ 5 กลุ่มเมือง (City Cluster) อันได้แก่ ภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย “จิงจินจี้” พื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียง และพื้นที่เกรทเทอร์เบย์ (GBA) รวมทั้งพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำแยงซีเกียง (อู่ฮั่นและเมืองบริวาร) และเฉิงตู-ฉงชิ่ง ด้านซีกตะวันตกของจีน เป็นพื้นที่ปลอดขยะนำร่องของโครงการดังกล่าว

หลังจากนั้น จีนได้พยายามประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะแบบบูรณาการในพื้นที่เหล่านี้โดยลำดับ ยกตัวอย่างเช่น การนำเอาถังขยะรูปแบบใหม่มาใช้ในแหล่งชุมชน และระบบการติดตามการแยกขยะแบบดิจิตัลที่มาพร้อมกับการจัดการข้อมูลวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ อาทิ กระดาษ ขวดแก้ว พลาสติก โลหะ เศษอาหาร และวัตถุอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยดำเนินการแบบทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรวบรวม การขนส่ง การบำบัดขยะ และอื่นๆ

ในช่วงแผนฯ 14 (2021-2025) จีนได้เปิดตัวโครงการเฉพาะที่เกี่ยวข้องมากกว่า 3,000 โครงการในวงกว้างกว่า 110 เมืองทั่วจีน อาทิ เวยไห่ในมณฑลซานตง สือเจียงจวง เมืองเอกของมณฑลเหอเป่ย ฉางชุน เมืองเอกของมณฑลจี๋หลิน ถงหลิงในมณฑลอันฮุย ซีอาน เมืองเอกของมณฑลส่านซี เทียนสุ่ยในมณฑลกานซู่ และหยูซูในมณฑลชิงไห่ และกลุ่มเมืองสำคัญดังกล่าว โดยสนับสนุนด้านเงินทุนถึงราว 560,000 ล้านหยวน 

ทั้งนี้ ผมสังเกตว่า ภายใต้โครงสร้างการจัดการขยะหลักของจีน ในช่วงหลายปีหลัง การนำกลับมาใช้ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แหล่งชุมชนและที่อยู่อาศัยจะติดตั้ง “ถังขยะอัจฉริยะ” ที่เปิดโอกาสให้คนนำเอาขยะมาทิ้งสามารถรับแต้มสะสมเพื่อใช้ในการแลกของได้ ขณะที่การฝังกลบขยะมีแนวโน้มลดลงอย่างเป็นระบบ และเปลี่ยนไปใช้วิธีการเผาขยะแทนจนสามารถเพิ่มเป็นสัดส่วนหลักของการจัดการขยะโดยรวม 

ในปัจจุบัน จีนมีโรงไฟฟ้าจากการเผาขยะ (Waste-to-Energy: WtE) มากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งคิดเป็นกว่า 50% ของกำลังการเผาขยะทั่วโลก และมีเรื่องเล่าสู่กันของคนในวงการว่า การคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพของจีนที่ช่วยให้ขยะเปียกและวัสดุรีไซเคิ้ลจำนวนมากถูกแยกออกจากขยะทั่วไป ทำให้โรงไฟฟ้าจากการเผาขยะหลายแห่งมีขยะ “ไม่พอเผา” และต้องขุดขยะเก่าจากหลุมฝังกลบมาใช้ในการเผาเลยทีเดียว

ขณะที่ในช่วงแผนฯ 15 (2026-2030) กระทรวงฯ วางแผนที่จะขยายโครงการไปยังอีก 200 เมือง โดยให้ความสำคัญกับการแพร่กระจายไปใน “5 กลุ่มเมือง” ดังกล่าวที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุดและมีความพร้อมสูงของจีนเพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคเหล่านี้พัฒนาและแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีไปยังพื้นที่อื่นในระยะยาว

ประการสำคัญ เมื่อต้นปี 2026 จีนได้ประกาศแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดเป้าหมายสำคัญในช่วงทศวรรษหน้าอย่าง “ทะเยอทะยาน” โดยในระยะสั้น รัฐบาลจีนตั้งเป้าว่า 60% ของเมืองในจีนจะเป็นไปตามมาตรฐาน “ปลอดขยะ” ภายในปี 2027 และกำหนดเป้าหมายที่จะให้ครอบคลุมทุกเมืองทั่วประเทศทั้ง 100% ภายในปี 2035 หรือราว 10 ปีข้างหน้า

กำลังสนุกแต่พื้นที่ผมหมดแล้ว ยังไงตอนหน้า ผมจะขอพาไปส่องตัวอย่างการดำเนินโครงการเสริมสร้าง “เมืองปลอดขยะ” ของจีนกันครับ ...

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง