รีเซต

20 แบรนด์เทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกปี 2022

20 แบรนด์เทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกปี 2022
TNN ช่อง16
5 พฤศจิกายน 2565 ( 14:22 )
60
20 แบรนด์เทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกปี 2022
ผลการจัดอันดับ 100 อันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในปี 2022 จัดทำโดย Brand Finance เผยแพร่วันที่ 27 ตุลาคม 2022 แสดงให้เห็นมูลค่าของบริษัทต่าง ๆ โดยใช้ตัวชี้วัดด้านการเงินของบริษัท  

บริษัท แอปเปิล (Apple) ยังคงรั้งอันดับ 1 มีมูลค่าของแบรนด์เพิ่มขึ้นจากในปี 2021 เกือบสองเท่าจากมูลค่าแบรนด์ในปี 2020 รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการขายเครื่อง iPhone สมาร์ตโฟนยอดนิยม โดยมีมูลค่า 335,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 13,280,652 ล้านบาท สำหรับแบรนด์อื่น ๆ สามารถติดตามได้จากข้อมูลด้านล่างนี้ 
 
1. Apple มูลค่า 355,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 13,280,600 ล้านบาท
2. Amazon มูลค่า 350,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 13,101,100 ล้านบาท
3. Google มูลค่า 263,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,851,100 ล้านบาท
4. Microsoft มูลค่า 184,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6,889,000 ล้านบาท
5. Walmart มูลค่า 111,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,185,000 ล้านบาท

6. Samsung มูลค่า 107,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,013,000 ล้านบาท
7. Facebook มูลค่า 101,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,784,900 ล้านบาท
8. ICBC มูลค่า 75,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,808,700 ล้านบาท
9. Huawei  มูลค่า 71,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,662,800 ล้านบาท
10. Verizon มูลค่า 69,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,603,000 ล้านบาท

11. China Construction Bank มูลค่า 65,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,449,700 ล้านบาท
12. Toyota มูลค่า 64,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,404,800 ล้านบาท
13. WeChat มูลค่า 62,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,330,000 ล้านบาท
14. Agricultural Bank of china มูลค่า 62,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,318,800 ล้านบาท
15. Mercedes-Benz มูลค่า 60,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,273,900 ล้านบาท

16. State Grid  มูลค่า 60,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,251,500 ล้านบาท
17. T-Mobile มูลค่า 60,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,251,500 ล้านบาท
18. Tiktok มูลค่า 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,206,600 ล้านบาท
19. Disney มูลค่า 57,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,135,500 ล้านบาท
20. The Home Depot มูลค่า 56,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือ 2,105,600 ล้านบาท




ที่มาของข้อมูล visualcapitalist.com 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง