รีเซต

DIP ผุด “GI SMARTTRACE” ติด QR ทุเรียนนนท์พรีเมี่ยม ป้องกันสวมสิทธิ์

DIP ผุด “GI SMARTTRACE” ติด QR ทุเรียนนนท์พรีเมี่ยม ป้องกันสวมสิทธิ์
TNN ช่อง16
2 มิถุนายน 2569 ( 17:24 )
12

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นำคณะลงพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) ทุเรียนนนท์ ณ สวนผู้ใหญ่ตู่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ติดตามการดำเนินโครงการ “GI SMARTTRACE” นวัตกรรมตรวจสอบย้อนกลับสินค้า GI ที่กรมฯ พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถตรวจเช็คข้อมูลการผลิตและแหล่งที่มาของสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ช่วยการันตีว่าสินค้า GI นั้นเป็นของดีมีคุณภาพที่มาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง โดยกรมฯ มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้า GI และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้พัฒนาระบบ GI SMARTTRACE เทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตสินค้า GI โดยนำร่องใช้กับสินค้า “ทุเรียนนนท์” เป็นรายการแรกตั้งแต่ปี 2568 เพื่อยกระดับการคุ้มครองสินค้า GI ที่มีมูลค่าสูง โดยระบบสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้อย่างแม่นยำ ช่วยยืนยันว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของดีมีคุณภาพเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมฯ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและช่วยในการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันกรมฯ ได้ขยายการใช้งานระบบ GI SMARTTRACE ไปสู่สินค้าปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดนราธิวาส และมังคุดเขาคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช 



ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่มีความพรีเมียม มีอัตลักษณ์เฉพาะที่เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์และได้รับความนิยมจากผู้บริโภค การขยายการใช้งานระบบดังกล่าวถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า GI สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ GI สอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการผลิต เพิ่มมูลค่า และผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง


นางอรมน กล่าวว่า ในปี 2569 มีเกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนนนท์จำนวน 868 ราย โดยมีผู้ผ่านการตรวจประเมินตามระบบควบคุมคุณภาพและได้รับอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย 131 ราย และ

ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการ GI SMARTTRACE แล้ว 46 ราย ทั้งนี้ กรมฯ ได้เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนนนท์ให้ใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ Tag Sticker GI SMARTTRACE เพื่อติดที่ขั้วทุเรียนแต่ละลูก ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code บนสติกเกอร์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น พันธุ์ทุเรียน ชื่อผู้ผลิต สวนที่ปลูก วันที่เก็บเกี่ยว และมาตรฐานรับรองผลผลิต รวมถึงรับชมภาพแหล่งผลิตแบบ 360 องศาได้อีกด้วย ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสินค้า GI นั้นมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง

 

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตทุเรียนนนท์ ของสวนทุเรียนผู้ใหญ่ตู่ ภายในสวนประกอบด้วยทุเรียนนนท์พันธุ์ทางการค้าและพันธุ์ดั้งเดิม เช่น หมอนทอง ก้านยาว กระดุมทอง กบชายน้ำ โดยทุเรียนนนท์มีจุดเด่นจากสภาพพื้นที่สวนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีดินอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้เนื้อทุเรียนมีความละเอียด เนียนนุ่ม กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ รสชาติหวานมันกลมกล่อม ในปี 2569 ให้ผลผลิตกว่า 352 ลูก สร้างรายได้กว่า 1.7 ล้านบาท โดยกรมฯ ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้า GI พร้อมมอบสติกเกอร์ GI SMARTTRACE กว่า 4,000 ชิ้น ให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนนนท์ได้ใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

 

ทุเรียนนนท์เป็นสินค้า GI ที่ได้รับการตรวจประเมินตามระบบควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้า GI หรือ Internal Control อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเกษตรกรทุเรียนนนท์สามารถใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยในเชิงพาณิชย์ได้จำนวน 131 ราย และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดนนทบุรีกว่า 50 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ระบบ GI SMARTTRACE ได้รับผลตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค กรมฯ จึงมีแผนนำระบบดังกล่าวมาใช้กับสินค้า GI ไทยรายการอื่นๆ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความมั่นใจในการตรวจสอบข้อมูลผ่านปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการผลักดันให้สินค้า GI ไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและได้รับการยอมรับในฐานะสินค้าพรีเมียม และส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรไทยสู่ตลาดสากล 


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง