แบงก์ชาติ เตรียมปรับลดจีดีพี แย้มคุยกับรัฐบาล ช่วยลูกหนี้รายย่อย

แบงก์ชาติ เตรียมปรับลดจีดีพี แย้มคุยกับรัฐบาล ช่วยลูกหนี้รายย่อย
มติชน
30 เมษายน 2564 ( 17:07 )
7
แบงก์ชาติ เตรียมปรับลดจีดีพี แย้มคุยกับรัฐบาล ช่วยลูกหนี้รายย่อย

 

เมื่อวันที่ 30 เมษายน นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรคโควิด-19 ในรอบที่ 3 มีผลต่อเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ทำให้อาจจะมีการปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2564 ใหม่ จากที่เคยประเมินไว้ที่ขยายตัว 3% ซึ่งต้องติดตามความชัดเจนจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์หน้า

 

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ขณะเดียวกัน ธปท.อยู่ระหว่างการทบทวนพิจารณามาตรการช่วยเหลือในส่วนของลูกหนี้รายย่อย ภายหลังจากออก 2 มาตรการล่าสุด ได้แก่ สินเชื่อฟื้นฟู และพักทรัพย์พักหนี้ ซึ่งเปิดให้สถาบันการเงินได้ยื่นคำขอแล้ว ส่วนมาตรการรายย่อยอยู่ระหว่างการประเมินภาพผลกระทบและหารือกับทางภาครัฐ เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือมีความครอบคลุม

 

“พระเอกในปีนี้เป็นเรื่องของการส่งออกที่ดีมาต่อเนื่องตั้งแต่ในไตรมาสที่ 4/2563 ผลมาจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าการท่องเที่ยวจะหดตัวลง แต่เชื่อว่าภาครัฐจะมีมาตรการเข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภค ทำให้เห็นตัวเลขบริโภคกลับมาได้ในปลายปี

 

“สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคม 2564 ทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวภายหลังการแพร่ระบาดระบาดของโรคโควิด-19 รอบสอง คลี่คลายลง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่มีต่อเนื่องทำให้การใช้จ่ายปรับดีขึ้นในทุกหมวด และผลของฐานต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดในรอบแรก” นางสาวชญาวดีกล่าว

 

ด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวสูงถึง 15.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน และหากไม่รวมหมวดทองคำ มูลค่าการส่งออกจะขยายตัวถึง 22.1% โดยเป็นการขยายตัวที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน จาก 1) อุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวทำให้การส่งออกปรับดีขึ้นในหลายหมวด 2) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทำให้การส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และ 3) ฐานที่ต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดรอบแรก

 

นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวดีแม้ชะลอลงบ้าง จากผลดีของวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งนี้ อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ฟื้นตัวทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นสอดคล้องกัน

 

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องจากระยะเดียวกันปีก่อน 5.7% ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ขยายตัวดีสอดคล้องกับทิศทางการส่งออก อย่างไรก็ดี การลงทุนหมวดก่อสร้างหดตัวต่อเนื่อง สะท้อนกิจกรรมในภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคก่อสร้างที่ยังอ่อนแอ มูลค่าการนำเข้าสินค้าขยายตัว 15.1% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวสูงต่อเนื่องในเกือบทุกหมวดสำคัญตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และผลของฐานต่ำในระยะเดียวกันปีก่อน

 

การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน -13.8% จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน โดยเป็นผลจากฐานสูงในระยะเดียวกันปีก่อนที่มีการเร่งเบิกจ่ายภายหลัง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ประกาศใช้ อย่างไรก็ดีการใช้จ่ายภาครัฐยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังหดตัวสูงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทยยังมีไม่มาก

 

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นเป็นสำคัญ ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง สะท้อนจากสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมต่อผู้ประกันตนทั้งหมดที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อย ติดลบ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลงกว่าสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่

 

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบสอง ทำให้เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับแย่ลง โดยมาตรการกระตุ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบของภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวสูงจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังมีอยู่ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำกลับมาขยายตัวดีในหลายหมวดสินค้า ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้น สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนทรงตัว

 

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากราคาอาหารสดที่ลดลง และผลของมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากกว่าไตรมาสก่อน จากดุลการค้าที่เกินดุลลดลงตามการนำเข้าทองคำเป็นสำคัญ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเฉลี่ยปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดีการแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับเงินสกุลคู่ค้าคู่แข่ง จึงทำให้ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ทรงตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง