รีเซต

ถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน ต้องชี้แจง-แสดงเอกสาร สกัดทางเงินผิดกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย ดีเดย์ 1 เมษายน 2569

ถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน ต้องชี้แจง-แสดงเอกสาร สกัดทางเงินผิดกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย ดีเดย์ 1 เมษายน 2569
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 09:53 )
9

ธนาคารแห่งประเทศไทย ดีเดย์ 1 เมษายน 2569 คุมเข้มถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน ต้องแจง-แสดงเอกสาร สกัดทางเงินผิดกฎหมาย



ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหลักเกณฑ์ใหม่กำกับดูแลธุรกรรมเงินสดของสถาบันการเงิน โดยกำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยง ป้องกันการถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศ


มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ภายใต้ประกาศ ธปท. ที่ 16/2569 เรื่องหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน


สาระสำคัญของหลักเกณฑ์ใหม่ ระบุว่า หากลูกค้าทำธุรกรรมถอนเงินสด หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเช็คเงินสด ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน สถาบันการเงินจะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยอาจมีการสอบถามวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน และขอเอกสารประกอบเพื่อใช้พิจารณาความเหมาะสมของธุรกรรม


นอกจากนี้ หากพบว่าธุรกรรมมีลักษณะผิดปกติ หรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเงินปกติของลูกค้า สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องรายงานให้ ธปท. รับทราบ เพื่อติดตามและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น


ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะใช้เฉพาะกับการถอนเงินสดผ่านสาขา และการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ขณะที่ธุรกรรมผ่านช่องทางอื่น เช่น การโอนเงิน หรือการใช้เช็คขีดคร่อมเข้าบัญชี ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้


ธปท. ระบุว่า ธุรกรรมเงินสดมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากไม่สามารถติดตามเส้นทางการใช้เงินได้อย่างชัดเจน และไม่สามารถระบุตัวตนผู้ใช้เงินปลายทางได้ ทำให้มีโอกาสถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน หรือการเคลื่อนย้ายเงินจากการกระทำความผิด


สำหรับลูกค้าที่ต้องการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องแสดงข้อมูลตัวตนปัจจุบัน เช่น อาชีพหรือธุรกิจ พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงิน และอาจต้องแสดงเอกสารประกอบ หากไม่สามารถให้ข้อมูลหรือเอกสารที่เพียงพอ สถาบันการเงินอาจไม่สามารถดำเนินธุรกรรมให้ได้


อย่างไรก็ตาม ธปท. ย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ใช่การอายัดบัญชี ลูกค้ายังสามารถใช้บัญชีเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินรูปแบบอื่นได้ตามปกติ โดยเฉพาะการโอนเงินที่ยังคงสะดวกและตรวจสอบได้


ในด้านการให้บริการ ธปท. ระบุว่า ธุรกรรมทั่วไปที่มีความเสี่ยงต่ำจะไม่กระทบต่อระยะเวลาในการให้บริการ แต่ในกรณีธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูง อาจใช้เวลามากขึ้นจากกระบวนการตรวจสอบเพิ่มเติม


ทั้งนี้ ธปท. ยังได้กำชับให้สถาบันการเงินทบทวนและปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้เงินสดที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งต้องดูแลไม่ให้มาตรการดังกล่าวสร้างภาระต่อผู้ใช้บริการเกินสมควร และมีแนวทางช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม


มาตรการใหม่นี้สะท้อนทิศทางการกำกับดูแลระบบการเงินไทยที่เข้มงวดขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้เงินสดเป็นช่องทางในการปกปิดเส้นทางการเงิน และการกระทำผิดกฎหมายที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง