"หุ้นแบงก์" กำไรสวย ส่งสัญญาณบวกพลังงาน-สื่อสาร กรุงศรีฯ ประเมิน Real Sector โดดเด่น

บล.กรุงศรี ระบุว่า ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการ ไตรมาส 1/69 เริ่มจากกลุ่มธนาคารที่ทยอยประกาศงบออกมาครบแล้ว โดยส่วนใหญ่งบออกมาใกล้เคียงถึงดีกว่าคาด หนุนจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย, การคุมค่าใช้จ่าย, คุณภาพสินทรัพย์ทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย (QoQ) และกำไรประคองตัวได้แม้มีการตั้งสำรอง (Management Overlay) เพื่อรองรับความเสี่ยงผลกระทบจากสงครามล่วงหน้า
โดยรวมถือเป็นสัญญาณบวกชี้นำในโทนกลางถึงบวกอ่อนๆ ต่องบกลุ่ม Real Sector ที่จะออกมาตั้งแต่สัปดาห์หน้า ผสานกับช่วงต้นปีกลุ่มพลังงานมีแรงส่งจากราคาน้ำมันดิบอิง Brent งวด ไตรมาส 1/69 ที่เฉลี่ยสูง 75.9 ดอลลาร์/บาร์เรล (+8.9% YoY, +21.8% QoQ) ผสานกับส่วนต่าง (Spread) ปิโตรเคมีที่เร่งตัวขึ้นเหนือจุดคุ้มทุนจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
ถัดมากลุ่ม Real Sector จะทยอยประกาศงบ หากอิงคาดการณ์จาก BB Consensus ผสานกับหุ้นที่รายงานกำไรแล้วรวม 73 บริษัท (78% ของ Market Cap) ประเมินกำไร ไตรมาส 1/69 รวมอยู่ที่ 2.04 แสนล้านบาท (-29% YoY, -9.1% QoQ)
กลุ่มธุรกิจ (Sector) ที่คาดว่ากำไรไตรมาส 1/69 จะเติบโตดี ได้แก่
- กลุ่มพลังงาน (โรงกลั่น): คาดแรงหนุนจากค่าการกลั่นที่เร่งตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ รวมถึงมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) ก้อนใหญ่ตามทิศทางราคาน้ำมัน
- กลุ่มปิโตรเคมี: อาทิ SCC, PTTGC ได้อานิสงส์จาก Spread ปิโตรเคมีที่เร่งตัวขึ้นและ Stock Gain
- กลุ่มไฟฟ้า: เริ่มรับรู้รายได้จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) กำลังผลิตใหม่ และต้นทุนก๊าซในภาวะ Oversupply ช่วยให้ราคาต้นปีปรับลดลงเทียบกับปีก่อน (YoY)
- กลุ่ม AI CAPEX Cycle: หนุนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คือ DELTA
- กลุ่ม ICT: อยู่ในช่วงขาขึ้น (Upcycle) ผสานประโยชน์จากต้นทุนค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ประมูลกลับมาในต้นทุนที่ต่ำลง หลักๆ มาจาก TRUE เนื่องจากไตรมาสนี้ไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนพิเศษและได้รับอานิสงส์จากต้นทุนคลื่นที่ต่ำลง
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ (Sector) ที่คาดว่าจะฉุดกำไรไตรมาส 1/69 ได้แก่
- กลุ่มพลังงาน (ต้นน้ำ): อาทิ PTTEP จากปัจจัยเฉพาะตัวเรื่องผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Oil Hedging Loss) ก้อนใหญ่ราว -8,131 ล้านบาท (86% เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด)
กลยุทธ์การลงทุน (Strategy) ในช่วงการรายงานงบ กลยุทธ์ที่มักสร้างผลตอบแทนได้ดีคือการเก็งกำไรหุ้นที่มีแนวโน้มงบ ไตรมาส 1/69 โดดเด่น หรือหุ้นที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยมีหุ้นเด่นดังนี้:
1. กลุ่มกำไรเติบโต YoY และ QoQ: อาทิ SCC, SPRC, KCE, PTTGC, LH, BCP, TOP, TRUE, WHA, INETREIT, TU, AOT, 3BBIF, SAFE, CPALL, BJC, DELTA, BEM, BAREIT, TVO, BCPG, INSET
2. กลุ่มกำไรเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ: อาทิ PSL, SPALI, AP, SCGP, PLANB, ADVANC, SAWAD, ITC, GULF, CPN, DIF, ERW, PTT, SIRI, AAV
หุ้นแนะนำ (Best Picks): PTTGC, TRUE, TOP, GULF, AOT
PTTGC (ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท) คาดไตรมาส 1/69 พลิกมีกำไรในรอบ 2 ปี คาดการณ์กำไรสุทธิราว 2,866 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 2,567 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68 และขาดทุน 5,502 ล้านบาท ในไตรมาส 4/68) รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่อัตรากำไรฟื้นตัว และแนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดฟื้นตัวต่อเนื่องเล็กน้อย (QoQ) จากธุรกิจโอเลฟินส์ คงคำแนะนำ "ซื้อ" (อยู่ระหว่างปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติจากผลกระทบ Supply Disruption ที่มากกว่าคาด)
TRUE (ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท) คาดกำไรสุทธิที่ 6,580 ล้านบาท (+303% YoY, +65% QoQ) สาเหตุหลักมาจากการไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนพิเศษหลังสิ้นสุดการตัดจำหน่ายสินทรัพย์เสาสัญญาณ รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง แนวโน้มไตรมาส 2/69 เติบโตต่อเนื่องจากการปรับแพ็กเกจราคา 150 บาท (30 วัน) ในเดือนมีนาคม 69 ซึ่งจะจูงใจให้ลูกค้าขยับไปใช้แพ็กเกจ 200 บาทมากขึ้น จุดเด่น อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2569 สูงถึง 3.8%
TOP (ราคาเป้าหมาย 56.00 บาท) ราคาหุ้นปรับลงรับข่าวลบจากข่าวล่าสุด กบง.ลดค่าการกลั่น มองสะท้อนไปในราคาสวนทางกับปัจจัยพื้นฐานเด่น คาดกำไรสุทธิราว 17,535 ล้านบาท (+400% YoY, +613% QoQ) ฟื้นตัวจาก Net Stock Gain ก้อนใหญ่หลังภาษีฯ กว่า 8,058 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษคาดกำไรปกติอยู่ที่ 7,807 ล้านบาท มุมมองบวกระยะยาว ได้ประโยชน์จากวงจร Supply โรงกลั่นตึงตัว และความสามารถในการแข่งขันหลังโครงการ CFP ดำเนินการเต็มรูปแบบ (Full COD) ตั้งแต่ช่วง ครึ่งหลังของปี 2571 เป็นต้นไป
GULF (ราคาเป้าหมาย 70.00 บาท) คาดกำไรปกติทำ New High ต่อเนื่องในไตรมาส 1/69 รับแรงหนุนจาก i) กำไร ADVANC ที่เป็นขาขึ้น ii) การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าโซลาร์ 354 MW ช่วงปลาย ไตรมาส 4/68 และ iii) ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Jackson ในสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนทั้งค่า CP เพิ่มเป็น 270 ดอลลาร์/เมกะวัตต์ต่อวัน และ Spark spread ที่ขยายตัวตามราคาก๊าซ Henry Hub บนสภาพอากาศที่หนาวผิดปกติในช่วงต้นปี 69 ปัจจัยบวกเป็นหุ้นที่เป็นตัวแทน (Proxy) ของการลงทุนในแผน PDP ฉบับใหม่ และการเติบโตของ Data Center ในไทย รวมถึงมี Earnings Visibility ที่ชัดเจนตลอดปี 2569
AOT (ราคาเป้าหมาย 64.75 บาท) Consensus คาดกำไรสุทธิโตทั้ง YoY และ QoQ ตามปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และเลือกเป็น Top Pick จากความเสี่ยงสงครามต่ำกว่า ปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท ในเดือนมิถุนายน 69 ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการเติบโตอย่างโดดเด่น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
