บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ประเมินทิศทางลงทุน ชี้ราคาน้ำมันเสี่ยงพุ่ง-ขาดแคลน หากสงครามยืดเยื้อ

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ประเมินทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านพลังงานหากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ พร้อมให้คำแนะนำการปรับพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
จับตาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และ วิกฤตพลังงาน
สถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณบวก แม้ก่อนหน้านี้จะมีการเตรียมพร้อมบุกกรุงเบรุต แต่ล่าสุดสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เจรจากับทางนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ทำให้มีการถอยร่นกำลังทหารกลับ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีและเปิดโอกาสให้การเจรจายังคงเดินหน้าต่อไปได้
เตือนระวังวิกฤต "ขาดแคลนน้ำมัน" ปัจจุบันปริมาณน้ำมันสำรอง (Reserve/Storage) ทั่วโลกลดลงอย่างรุนแรง หากการเจรจาความขัดแย้งไม่สามารถหาข้อสรุปได้ภายในสิ้นเดือนนี้ อาจส่งผลกระทบอย่างหนักในเดือนหน้า โดยปัญหาใหญ่จะไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่อาจพุ่งทะลุกรอบ 120 ดอลลาร์ และเสี่ยงทะยานไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่คือความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ "ไม่มีน้ำมันใช้" (Oil Shortage)
ทิศทางราคาทองคำ ราคาทองคำในปัจจุบันเริ่มทรงตัวและตัดสินใจลงทุนได้ยาก เนื่องจากยังมีโอกาสสูงที่จะเกิดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อสะสม ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนได้
มุมมองต่อเฟด และ กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย
ทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าทางผู้กำหนดนโยบาย (ระบุถึงท่าทีของ Kevin Warsh) จะหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อไม่ให้ตลาดตื่นตระหนกเรื่องเงินเฟ้อมากเกินไป โดยอาจหันไปเน้นย้ำประเด็นการเติบโตของผลผลิต (Productivity Boom) แทน
กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย แนะนำให้นักลงทุน "รอดูสถานการณ์" (Wait and See) ไปก่อน สำหรับหุ้นที่ยังคงแนะนำให้ถือครองในช่วงนี้ ได้แก่ WHA, GULF, HANA และ KKP
เตือนระวังหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ออกมาเตือนความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากพบภาวะการเก็งกำไรที่สูงมากและกระจายตัวไปทั้งกลุ่ม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนเป็นพิเศษ
คำแนะนำการจัดพอร์ตลงทุน
เพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นยุโรป บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในยุโรปมากขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นยุโรปยังคงมีความน่าสนใจในฐานะที่เป็นกลุ่ม Laggard (ปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาดอื่นๆ)
เน้นบริษัทขนาดใหญ่ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นยุโรป โดยเน้นโฟกัสไปที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (Large-Cap) ของยุโรปเป็นหลัก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
