Editor’s Pick: จับตาอิสราเอลเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี

Editor’s Pick: จับตาอิสราเอลเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี
TNN World
1 มิถุนายน 2564 ( 09:38 )
37
Editor’s Pick: จับตาอิสราเอลเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี


Editor’s Pick: จับตาอิสราเอลเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี กับการต่อสู้เฮือกสุดท้ายของเนทันยาฮู

 

ท่ามกลางความขัดแย้งกับกลุ่มฮามาส อิสราเอลกำลังเผชิญปัญหาการเมืองภายใน ที่อาจจะให้นายกรัฐมนตรีสายเหยี่ยวอย่างเบนจามิน เนทันยาฮู พ้นจากตำแหน่ง ทำให้นายเนทันยาฮูเตือนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ

 

 

ศัตรูของอิสราเอลจะมองเราเป็นอะไร

 

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลได้เตือนว่า รัฐบาลแห่งชาติที่มีการเสนอมาเพื่อแทนที่เขานั้น จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงและอนาคตของอิสราเอล

 

เขาเรียกร้องนักการเมืองฝ่ายขวา อย่าสนับสนุนข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติดังกล่าวของนาฟตาลี เบ็นเน็ตต์ ซึ่งเป็นนักการเมืองชาตินิยมสุดขั้ว

 

เนทันยาฮู วัย 71 ปี ย้ำว่า ผู้นำฝ่ายซ้ายจะทำให้เสถียรภาพของคณะรัฐมนตรีอ่อนแอ และจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการยับยั้งศัตรูของอิสราเอล “และศัตรูของอิสราเอลอย่างอิหร่านและกาซาจะมองเราอย่างไร”

 

 

พรรคคนละขั้ว แต่ศัตรูคนเดียวกัน

 

นาฟตาลี เบนเนตต์ วัย 49 ปี ผู้นำพรรคยามินา ฝ่ายชาตินิยมสุดขั้วแถลงผ่านโทรทัศน์ในวันอาทิตย์ (30 พฤษภาคม) ว่า พรรคของเขาจะร่วมเจรจาเพื่อทำข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติร่วมกับ ยาอีร์ ลาพิด ผู้นำพรรคสายกลาง ซึ่งเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมา เพื่อรวมกลุ่มการเมืองอิสราเอลทั้ง สายกลาง ฝ่ายขวา และฝ่ายซ้าย เข้าด้วยกัน

 

แม้ทุกฝ่ายจะมีแนวทางนโยบายที่แทบไม่เหมือนกันเลย แต่พวกเขามีเป้าหมายเดียวกันคือ ต้องการเห็นการปกครองของเนทันยาฮู ซึ่งปกครองอิสราเอลมานานถึง 12 ปีสิ้นสุดลง ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดการเลือกตั้งรอบที่ 5 และช่วยเหลือประเทศให้หลุดพ้นจากปัญหายุ่งยากทางการเมืองเสียที

 

 

ผู้นำที่ยาวนานที่สุดของอิสราเอลส่อตกบัลลังก์

 

วิกฤตการเมืองของอิสราเอลเกิดขึ้นหลังเนทันยาฮู ซึ่งกำลังเผชิญการไต่สวนคดีทุจริต ไม่สามารถชนะด้วยเสียงข้างมากในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้ข้อสรุปครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปี นอกจากนี้ ยังเป็นอีกครั้งที่เขาเจรจาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคอื่น ๆ ไม่สำเร็จ

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นายลาพิด ซึ่งพรรคของเขาได้ที่นั่งมาเป็นอันดับสองได้โอกาสตั้งรัฐบาล

 

ก่อนหน้านี้ นายลาพิดมีเวลา 28 วันในการจัดตั้งรัฐบาล แต่กระบวนการดังกล่าวหยุดชะงักไปจากการการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสที่กินเวลา 11 วัน ขณะที่ตอนนี้เขามีเวลาจนถึงวันที่ 2 มิ.ย. นี้ หากทำสำเร็จ จะเป็นการโค่นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของประเทศได้

 

 

เก้าอี้ดนตรี ‘นายกฯ’

 

สื่ออิสราเอลรายงานว่า ในข้อตกลงของรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาตินี้ จะมีนายกรัฐมนตรีหมุนเวียน โดยเบนเนตต์จะนั่งเก้าอี้นายกฯ เป็นคนแรก และหลังจากนั้นจะลงจากตำแหน่งเพื่อให้นายลาพิดเป็นนายกฯ ต่อ

 

แต่นักวิเคราะห์สะท้อนว่า นับเป็นข้อตกลงที่ไม่ปกติและแปลกพอสมควร เนื่องจากพรรคของเบนเนตต์ คว้าเก้าอี้มาได้แค่ 7 ที่นั่ง แต่กลับกลายมาเป็นหนึ่งในพรรคทรงอิทธิพลในทางการเมืองของอิสราเอล เนื่องจากทั้งเนทันยาฮู และกลุ่มก้อนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต่างพยายามโน้มน้าวให้เบนเนตต์เป็นพวก เพราะต้องการคะแนนเสียง 7 ที่นั่งของเบนเนตต์ เพื่อขยับเข้าใกล้การครองเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

 

ทั้งนี้ ระบบการเลือกตั้งของอิสราเอล ทำให้ยากต่อการมีจำนวน สส.เพียงพอที่จะตั้งรัฐบาลด้วยพรรคการเมืองเดียว และทำให้สส.พรรคเล็กพรรคน้อยเป็นที่ต้องการ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม

 

 

เนทันยาฮูยังมีเขี้ยวเล็บ

 

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว BBC วิเคราะห์ว่า ยังประมาทนายเนทันยาฮูไม่ได้เช่นกัน เพราะเขารีบออกมาแถลงเรียกร้องให้นักการเมืองฝ่ายขวาของพรรคต่าง ๆ อย่าเข้าร่วมข้อตกลงนี้

 

โดยตั้งคำถามว่า หากเขาถูกโค่นแล้ว ใครจะดูแลเรื่องปัญหาต่าง ๆ กับปาเลสไตน์ และการที่รัฐบาลแห่งชาติมีแนวโน้มอ่อนแอ ก็จะไม่สามารถยืนหยัดสู้กับศัตรูอย่างอิหร่านได้

 

การชูประเด็นนี้ หากทำให้ สส.จำนวนหนึ่งเปลี่ยนใจ ก็สามารถตัดโอกาสของรัฐบาลชุดใหม่ได้เช่นกัน

 

นอกจากนี้ แม้รัฐบาลชุดใหม่จะสามารถเข้าพิธีสาบานตนได้ ก็จะเป็นรัฐบาลที่ปราะบาง เพราะเป็นการรวมกันของพรรคการเมืองจากทุกอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันนั่นเอง

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง