รีเซต

เปิดราคา ! Hyundai IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย พิเศษ 400 คนแรก 1.399 ล้านบาท จากปกติ 1.699 ล้านบาท

เปิดราคา ! Hyundai IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทย พิเศษ 400 คนแรก 1.399 ล้านบาท จากปกติ 1.699 ล้านบาท
TNN ช่อง16
29 มิถุนายน 2569 ( 11:33 )
12

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ที่ต่อยอดความสำเร็จของตระกูล IONIQ ในตลาดโลก ซึ่งมียอดขายสะสมกว่า 500,000 คันทั่วโลก

The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในประเทศ ภายใต้คอนเซปต์ "Never Ordinary ธรรมดา... ไม่มีที่ยืน" เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% แรงดันสูง 800 โวลต์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ N Line 

ภาพจาก TNN Tech

• N Line Design รอบค้น ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถสมรรถนะสูงตระกูล N จากฮุนได ความสปอร์ตจากสนามแข่งสู่ถนนจริง

• เทคโนโลยีไฟฟ้าแรงค้นสูง 800 โวลต์ แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 84 kWh วิงได้ไกลสูงสุด 591 กิโลเมตร (NEDC)

• รองรับ Ultra-fast Charging 350 kW ชาร์จจาก 10% ไปสู่ 80% ภายในเวลาประมาณ 18 นาที

• ห้องโดยสารพรีเมียมด้วยเบาะหนังแท้ พร้อมโลโก้ N

• Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครันถึง 17 ระบบ

• ระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง

• แอปพลิเคชันอัจฉริยะ Hyundai Bluelink เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย

เคาะราคาอยู่ที่ 1,699,000 บาท แต่สำหรับช่วงเปิดตัวราคาพิเศษอยู่ที่ 1,399,000 บาท (400 คันแรก) ซึ่งถูกลง 600,000 บาท จากรุ่นนำเข้าที่ราคาอยู่ที่ 1,988,000 บาท

ภาพจาก TNN Tech

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

• The new 2026 IONIQ 5 N Line ถ่ายทอดบุคลิกที่สปอร์ตและมีสไตล์ยิ่งขึ้นผ่านชุดแต่งเฉพาะรุ่น N Line ตั้งแต่ชุดกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ดบ้าง และดิฟฟิวเซอร์ท้าย

• ไฟหน้าและไฟท้าย Parametric Pixel LED สะท้อนเอกลักษณ์แห่งอนาคตของตระกูล IONIQ และช่วยสร้างภาพจำที่โดดเด่นบนท้องถนน

ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น N Line ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่

• หลังคา Vision Roof ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งในห้องโดยสาร พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า

• ช่องระบายอากาศ Active Air Flap ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์

• มือจับประดูแบบ Pop-up พร้อมเซ็นเซอร์ และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบ Smart

ภาพจาก Hyundai Mobility (Thailand)

การออกแบบภายใน (Interior Design)

• ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ผสมผสานความมีสไตล์และความสปอร์ตในแบบ N Line

• เบาะหุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมโลโก้ N

• พวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง

• หน้าจอแสดงผลดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ Infotainment 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน

ห้องโดยสาร (Cabin & Comfort)

• จุดเด่นสำคัญของ IONIQ 5 คือฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ส่งผลให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาน

• เบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity พร้อมที่พักขา ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการพักชาร์จ

• เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และระบบบันทึกตำแหน่งเฉพาะผู้ขับขี่

• พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง

• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ภาพจาก TNN Tech

ฟีเจอร์และเทคโนโลยี (Technology & Safety)

• รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto

• ระบบเสียง BOSE Premium Sound System พร้อม External Amplifier ลำโพง 8 ตำแหน่ง

• USB-C จำนวน 5 ตำแหน่ง

• Vehicle-to-Load (V2L) รองรับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW

• Regenerative Braking Control - via Paddle Shifters สำหรับปรับระดับการหน่วงพลังงานไฟฟ้าระหว่าง ขับขี่

• มีปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Sport, Normal, My Drive และ Snow

• ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-air หรือ OTA

• แอปพลิเคชันอัจฉริยะ Hyundai Bluelink เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย

ภาพจาก TNN Tech

ระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense

• The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อม Hvundai SmartSense ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางสูงสุดถึง 17 ระบบ เช่น

• Smart Cruise Control with Stop and Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน

• Forward Collision - avoidance Assist (FCA) ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

• Forward Colision - avoidance Assist with Junction Turning (FCA - JT) ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉิน อัตโนมัติที่ทางแยก

• Lane Keeping Assist (LKA) ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน

• Lane Following Assist (LFA) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

• Blind-spot Collision-avoidance Assist (BCA) ระบบเตือนและช่วยคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา

• Rear Cross-trafic Collision-avoidance Assist (RCCA) ระบบช่วยเดือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ

• Reverse Parking Collision-avoidance Assist (PCA-R) ระบบหลีกเลี่ยงการชนขณะถอยจอด

• Surround View Monitor (SVM) กล้องมองรอบทิศทาง

• Parking Distance Warning (PDW) เซ็นเซอร์กะระยะ หน้า-ข้าง-หลัง

• Blind - spot View Monitor (BVM) ระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา

• High Beam Assist (HBA) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

• Safe Exit Warning (SEW) ระบบเดือนการเปิดประดูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง

• Driver Attention Warning (DAW) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าและเมื่อมีรถค้นหน้าเคลื่อนที่

• Leading Vehicle Departure Alert (LVDA) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่

• Rear Occupant Alert (ROA) ระบบแจ้งเตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง

• Manual Speed Limit Assist (MSLA) ระบบช่วยจำกัดความเร็ว


สมรรถนะการขับขี่

• ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร

• อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.

• แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 84 KWh ระยะทางขับี่สูงสุด 591 กิโลเมตร (NEDC)

• รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 KW และการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kN โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง