ชิ้นส่วน "EV" ฟื้น สวนทางยอดผลิตรถยนต์ทรุด หุ้นยานยนต์ไทยท้าทายหนัก

ส.อ.ท. รายงานตัวเลขยอดผลิตรถยนต์เดือน มิ.ย. 2026 อยู่ที่ 120,391 คัน -8% YoY จากแรงกดดันหลักของการผลิตเพื่อส่งออกที่ลดลง 20% โดยการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อส่งออก -50% และ -8% ตามลำดับ โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่ยอดส่งออก -38% YoY รองลงมาเป็นตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และยุโรป
อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 58,724 คัน +17% YoY หนุนโดยยอดขายรถยนต์พลังงานทางเลือก โดย BEV มียอดขาย 22,275 คัน +140% YoY ขณะที่ PHEV +164% YoY และ HEV +3% YoY สอดคล้องกับการผลิตรถยนต์นั่ง BEV ที่ +282% YoY
ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่ง ICE -34% YoY และรถกระบะ -3% YoY สะท้อนว่าอุปสงค์ในประเทศฟื้นตัว แต่ยังนำโดยรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ไม่ใช่การฟื้นตัวของรถยนต์โดยรวม ทั้งนี้ ส.อ.ท. ปรับลดเป้าการผลิตรถยนต์ปี 2026 จากเดิม 1.50 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน -3% YoY โดยลดเป้าการผลิตเพื่อส่งออกลงตามภาวะตลาดต่างประเทศที่ชะลอตัว
โดยคาดกำไรปกติ2Q26ของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้ Coverage ของเรา 3 บริษัท (AH, SAT และSTANLY) มีกำไรรวมที่ 633 ล้านบาท(-35% QoQ, ทรงตัว YoY) โดยเทียบ QoQ ชะลอตัวตามฤดูกาลและฐานสูงในไตรมาสก่อน ขณะที่เทียบ YoY กำไรทรงตัวแม้รายได้รวมลดลง 7% YoY อยู่ที่ 10,355 ล้านบาท ตามยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่อ่อนตัว
โดยยอดผลิตรวม 2Q26 อยู่ที่ 338,399 คัน (-10% YoY) อย่างไรก็ตามการควบคุมต้นทุนและปรับประสิทธิภาพการผลิต ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 13.8% จาก 12.4% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9% YoY
โดย AH คาดกำไร 120 ล้านบาท (+6% YoY) จากอัตรากำไรที่ดีขึ้นและต้นทุนการเงินลดลง แม้ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมอ่อนตัว ขณะที่ SAT คาดกำไร 152 ล้านบาท (+2% YoY) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และภาษีจ่ายลดลง ส่วน STANLY (เป็นงวด 1Q26/27 ประกาศงบแล้ว) รายงานผลกำไร 362 ล้านบาท (-2% YoY) แม้รายได้ลดลง 9% YoY แต่การลดต้นทุนช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 22.9% จาก 20.9% ในปีก่อน
คาดแนวโน้ม 2H26 ดีขึ้นจากครึ่งปีแรก และเติบโต YoY จากฐานต่ำ คำสั่งซื้อใหม่ และการเริ่มรับรู้รายได้จากรถยนต์โมเดลใหม่โดย AH คาดเริ่มได้แรงหนุนจากโมเดลใหม่ตั้งแต่ 3Q26 ขณะที่ SAT มีรายได้จากงานใหม่ราว 150 ล้านบาท และยังได้ประโยชน์จากการควบคุมต้นทุน ส่วน STANLY คาดฟื้นตัวตามคำสั่งซื้อ และชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นใหม่หลังเดือนก.ย.
สำหรับปี 2026 เราคาดกำไรกลุ่มที่ 3,578 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6% YoY อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวยังพึ่งพารถ EV และ Hybrid เป็นหลัก ขณะที่ AH, SAT และ STANLY มีสัดส่วนรายได้จาก EV ต่ำกว่า 10% และยังพึ่งพารถ ICE เป็นหลักส่งผลให้ระดับกำไรกลุ่มยังต่ำกว่าปี 2023 และสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะกลางถึงยาว
ยังคงน้ำหนักการลงทุน “น้อยกว่าตลาด” สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ แม้กำไรปี 2026 มีแนวโน้มฟื้นจากฐานต่ำ และมาตรการลดต้นทุนเริ่มเห็นผล แต่ยังถูกจำกัดจากการเปลี่ยนผ่านจากรถ ICE ไปสู่ EV ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยได้รับประโยชน์จำกัด รวมถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบพลังงานภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดส่งออกที่อ่อนตัวขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังถูกกดดันจากสินเชื่อที่เข้มงวด และหนี้ครัวเรือนสูง
กลยุทธ์ลงทุนจึงควรเน้นตั้งรับ และเลือกหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งควบคุมต้นทุนได้ดี และมีเงินปันผลสูง โดยเราชอบ SAT มากที่สุดในกลุ่มจากแนวโน้มกำไรผ่านจุดต่ำสุด งานใหม่ที่ทยอยเข้ามา และคาด Dividend Yield ปี2026 ราว 10.2% พร้อมคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปี 2027 ที่ 18.80 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
