BTSรับรู้รายได้2.7หมื่นล้าน เล็งล้างขาดทุนพร้อมปันผล

#BTS #ทันหุ้น – BคTS ชี้แนวโน้มงบปี 69/70 คาดรับรู้รายได้ดำเนินงานแตะ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Recurring EBITDA อาจย่อตัว เล็งโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นล้างขาดทุน พร้อมปันผล เร่งบริหารจัดการต้นทุนรัดกุม วางกลยุทธ์ออกแพ็กเกจส่งเสริมการขาย
นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า บริษัทรายงานผลประกอบการงวดปี 2568/69 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีรายได้รวมจำนวน 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 1,152 ล้านบาท
*ปีนี้รายได้โต
อย่างไรก็ดีด้วยโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายและมีเสถียรภาพ โดยบริษัทมีสัญญากับภาครัฐ สำหรับการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงซึ่งเป็นสัญญาที่มีรายได้ที่แน่นอนและจำกัดความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้โดยสาร และในระดับมหภาค นโยบายล่าสุดของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารและการพัฒนาระบบตั๋วร่วม
ถือเป็นพัฒนาการสำคัญต่ออุตสาหกรรมขนส่งมวลชนของประเทศ โดยบริษัทสนับสนุนแนวนโยบายดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางของผู้โดยสาร และผลักดันการเดินทางด้วยเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนในระยะยาวต่อไป
สำหรับแนวโน้มในปีงบประมาณ 2569/70 กลุ่มบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 2.70 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า Recurring EBITDA จะอยู่ที่ช่วง 9 พันล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท จากปี 2568/69 มีรายได้จากการดำเนินงาน 2.38 หมื่นล้านบาท และ Recurring EBITDA อยู่ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท
*หาช่องเร่งปันผล
สำหรับแผนการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568/69 (สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2569) บริษัทยังไม่สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลได้เนื่องจากมีรายการขาดทุนสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการ
แต่บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างโอกาสในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต โดยเสนอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นเพื่อโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้น หรือ Share Premium มาล้างขาดทุนสะสม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีความพร้อมในการพิจารณาจ่ายเงินปันผลได้ทันทีหากบริษัทมีกำไรและมีกระแสเงินสดเพียงพอในอนาคต
*สีเหลืองและสีชมพู
สำหรับแนวทางการสร้างและกระตุ้นรายได้รวมถึงผลกำไรของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู ที่ยังคงไม่ทำกำไร บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงดำเนินกลยุทธ์ผ่านการออกแพ็กเกจส่งเสริมการขาย ขณะที่นโยบายของภาครัฐในเรื่องระบบตั๋วร่วมและการพิจารณาขจัดค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อนระหว่างเส้นทางรถไฟฟ้า จะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ค่าเดินทางถูกลงและช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในระยะยาว
นอกจากนี้การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย (สถานีศรีรัช-เมืองทองธานี) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และการได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐงวดที่ 3 จำนวน 4,800 ล้านบาทต่อปี สำหรับรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางรายได้ให้กับบริษัทต่อไป
*สนามบินอู่ตะเภา
ด้านความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนั้น ปัจจุบันบริษัทได้รับหนังสือให้เริ่มดำเนินงาน (NTP) เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด รวมถึงการจัดทำผลศึกษาความเป็นเลิศของสิ่งอำนวยความสะดวก
และบริษัทยังได้หารือและเจรจากับภาครัฐเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีเพื่อดึงดูดผู้ร่วมลงทุนเข้าสู่โครงการ ซึ่งส่งผลให้ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุวงเงินลงทุนที่ชัดเจนได้จนกว่าผลการศึกษาและการเจรจาจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
