รีเซต

กลิ่นแก่ แค่ได้ยินก็แสลงใจ แนะนำแนวทางลดกลิ่นที่ทุกคนทำได้

กลิ่นแก่ แค่ได้ยินก็แสลงใจ แนะนำแนวทางลดกลิ่นที่ทุกคนทำได้
TNN ช่อง16
8 พฤษภาคม 2569 ( 13:05 )
15

กลิ่นแก่ แค่ได่ยินก็เจ็บจี๊ดไปทั้งใจ และคงไม่มีใครอยากเป็นเจ้าของกลิ่นนี้แน่ แม้กลิ่นนี้จะเป็นธรรมชาติของร่างกายของตาม แพทย์แนะนำว่า คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สามารถลดการเกิดกลิ่นนี้ได้ เพียงใส่ใจเรื่องความสะอาดมากขึ้น

"กลิ่นแก่" คืออะไร

ข้อมูลจากศูนย์ผู้สูงอายุยันฮีระบุว่า กลิ่นแก่ หรือ Aging odor เป็นกลิ่นกายเฉพาะตัวที่มักเกิดขึ้นเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะเสื่อมตามวัย โดยหลักๆ เกิดจากการที่ร่างกายผลิตสาร โนเนนอลมากขึ้น หลังร่างกายผลิตฮอร์โมนลดลง บวกกับต่อมไขมันทำงานเปลี่ยนไปเมื่ออายุมาก จนเกิดเป็นกลิ่นเฉาพะออกมา โดยสารโนเนนอลนี้ จะมีกลิ่นคล้ายน้ำมัน หญ้าแห้ง หรือกลิ่นสาบแห้งๆ 

นอกจากนี้ การผลัดเซลล์ผิวที่ลดลงตามอายุ ทำให้เกิดคราบไคลสะสม แบคทีเรียเกาะวหนัง เมื่อบวกกับกลิ่นโนเนนอลเข้าไปแล้ว อาจทำให้ยิ่งเกิดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ เหม็นอับ ไม่สะอาด 

ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ "กลิ่นแก่" ชัดเจนขึ้น

  • กลิ่นตัวคนแก่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารและยาบางชนิดที่มีกลิ่นฉุน เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต เพราะยากลุ่มนี้มีผลต่อระบบขับของเสีย และสมดุลน้ำในร่างกาย
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคต่อมไทรอยด์ โดยร่างกายมนุษย์มีกรดไขมันที่เรียกว่า กรดไขมันอิสระ ผู้ป่วยโรคข้างต้นจะมีกรดไขมันอิสระที่มีความเข้มข้นสูงกว่าคนปกติ เมื่อกรดไขมันอิสระเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกลายเป็นสาร 2-nonenal ที่มีความเข้มข้นสูง ทำให้เกิดกลิ่นแก่
  • ความเครียดที่ส่งผลให้กระตุ้นฮอร์โมนมากขึ้น ทำให้เกิดกลิ่น
  • ระบบเผาผลาญของร่างกายจะทำงานช้าลง ทำให้ร่างกายสะสมของเสียได้ง่ายขึ้น ทั้งจากอาหาร ยา และการขับถ่ายของเสียออกไม่หมด ส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวได้ หรือเหงื่อที่ขับออกมาจากร่างกายที่มีการสะสมของเสีย ก็อาจมีกลิ่นได้เช่นเดียวกัน 

"กลิ่นแก่" ลดได้

แนวทางป้องกันกลิ่นแก่ หลักๆ ต้องเริ่มที่การดูแลสุขภาพอนามัยเฉพาะบุคคล แม้ว่ากลิ่นแก่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกาย แต่การเพิ่มการดูแลเรื่องความสะอาด ช่วยลดความรุนแรงของกลิ่นลงได้

  • เน้นอาบน้ำอุ่นเพื่อช่วยให้รูขุมขนขยาย พาเหงื่อและสิ่งสกปรกไหลไปพร้อมกับน้ำ 
  • บริเวณที่ควรล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันคือ บริเวณที่มีต่อมผลิตไขมันมาก เช่น หลังหู หลังคอ หน้าอก และหลังที่เต็มไปด้วยแบคทีเรีย 
  • สวมเสื้อผ้าเนื้อธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน ที่ระบายอากาศและความชื้นได้ดี ลดความอับชื้น ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น ชะอม กระเทียม หอมแดง ซึ่งจะทิ้งกลิ่น และขับออกมาทางเหงื่อและปัสสาวะ 
  • ลดการทานเนื้อแดง และอาหารย่อยยาก ซึ่งจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่ จนเกิดกลิ่นจากการย่อยที่ไม่ดีเพียงพอ
  • เน้นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ปลาเนื้อขาว และสัตว์เนื้อขาว อย่างไก่ มากขึ้น เพราะย่อยง่าย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายชับเหงื่อออกมามากกว่าเดิม ลดการสะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรกตามรูขุมขน ที่เป็นปหล่งทำให้เกิดกลิ่นตัว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง