Gen X สายเปย์ จ่าย "วาเลนไทน์" เยอะสุด เน้นกินนอกบ้าน เงินสะพัด 2.8 พันล้านบาท

Gen X สายเปย์ หรือคนที่เกิดปี ค.ศ. 1965–1980 จะมีอายุประมาณ 46–61 ปี ขึ้นแท่นทรงพลัง กลายเป็นกำลังซื้อหลักของเทศกาลวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทย แม้เทศกาลที่จะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเมืองพุทธ แต่คนไทยเราอินทุกงาน รักทุกเทศกาลอยู่แล้ว ดังนั้นวันแห่งรักจึงไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่ในมุมของเศรษฐกิจ นี่คืออีกช่วงเวลาที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ หรือแม้กระทั่งสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างรายได้หนุนภาคการท่องเที่ยวและการบริการของไทยไปในตัว
และในปีนี้ก็น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าการใช้จ่ายจะคึกคักสูงสุดในรอบหกปี ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ในปี 2569 คาดว่าเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยช่วงวันวาเลนไทน์อยู่ที่ประมาณ 2,899.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7.4% ถามว่าใช้จ่ายกันเยอะแค่ไหนโดยทั่วไปจะใช้เงินเฉลี่ยต่อคนที่ 2,401 บาท แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อของขวัญให้คู่รักเฉลี่ยอยู่ที่ 1,321 บาทต่อคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยยังคงยินยอมควักกระเป๋าเพื่อประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และการเฉลิมฉลอง แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงก็ตาม
ถ้าหากแยกพฤติกรรมการใช้จ่ายตามแต่ละเจนหรืออายุ พบว่า Gen Z เด็กรุ่นใหม่ ใช้จ่ายเพื่อซื้อของขวัญให้คนรักเฉลี่ย 1,011 บาทต่อคน ขณะที่ Gen Y ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,290 บาทต่อคน และจ่ายเยอะสุดคือ Gen X สูงสุดอยู่ที่ 1,530 บาทต่อคน
สำหรับพฤติกรรมของ Gen X เป็นอย่างไร คำตอบ คือ เน้นกินนอกบ้าน พบว่าคนรุ่นนี้ มุ่งไปที่การรับประทานอาหารนอกบ้าน การจองร้านอาหารพิเศษ หรือการสร้าง “ประสบการณ์ร่วมกัน” ที่เป็นช่วงเวลาคุณค่ามากถึง 47% รองลงมาคือการซื้อของขวัญ เช่น เครื่องประดับ สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าพรีเมียม สะท้อนแนวคิดใหม่ของการใช้เงินเพื่อ “คุณค่าและประสบการณ์” มากกว่าการซื้อเพียงสิ่งของตามสัญลักษณ์ของเทศกาล