เปิดแผน “Quick Win” พลิกเศรษฐกิจ 5 จว. ใต้ อัด Soft Loan-เร่งโครงสร้างพื้นฐาน

รัฐบาลเดินหน้าวางแนวทางฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังนำปัญหาและความต้องการจากพื้นที่จริงมาเป็นโจทย์สำคัญในการออกแบบมาตรการ โดยเน้น “เพิ่มรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิต” พร้อมกำหนดมาตรการ Quick Win 6 ด้านที่สามารถขับเคลื่อนได้ทันที ตั้งแต่การเติมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ ไปจนถึงการลดอุปสรรคการค้าชายแดน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และดึงการลงทุนเข้าสู่พื้นที่
รัฐบาลระดมทุกภาคส่วน วางโจทย์จากปัญหาจริงในพื้นที่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้แทนจากหน่วยงานส่วนกลาง ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
เป้าหมายสำคัญคือการนำปัญหาและข้อจำกัดจากพื้นที่มาเป็นโจทย์ในการกำหนดแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริง โดยมุ่งเพิ่มรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่
จากการประชุม รัฐบาลได้กำหนดข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือ “Quick Win” รวม 6 ด้าน เพื่อเป็นกลไกเร่งเครื่องเศรษฐกิจชายแดนใต้
1. เติมสภาพคล่องผู้ประกอบการ อัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
มาตรการแรกมุ่งแก้ปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยช่วงปลายปี 2568 ซึ่งแม้ผ่านช่วงการฟื้นฟูมาแล้ว แต่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังอยู่ในช่วงที่รายได้ไม่กลับคืนสู่ภาวะปกติ
กระทรวงการคลังเตรียมจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan เพื่อเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 6 เดือนแรกจะเป็นสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย ขณะที่หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้ามาช่วยรับภาระดอกเบี้ยในสัดส่วนครึ่งหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินจะจัดวงเงินสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการทั่วไป ระยะเวลา 5 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 1.50% ต่อปีตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจในพื้นที่สามารถฟื้นตัวและเดินหน้าต่อได้
2. ขุดลอกร่องน้ำ ยกระดับท่าเรือสงขลา-ปัตตานี
โครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ รัฐบาลเตรียมผลักดันการขุดลอกร่องน้ำบริเวณท่าเรือสงขลาและท่าเรือปัตตานี ให้มีความลึกเพิ่มขึ้นประมาณ 9-10 เมตร
การเพิ่มความลึกของร่องน้ำจะช่วยให้ท่าเรือสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการขนส่งสินค้าและเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของพื้นที่ชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ การขุดลอกร่องน้ำยังมีประโยชน์ในด้านการบริหารจัดการน้ำ เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น หากเกิดสถานการณ์อุทกภัยในอนาคต
3. ลดขั้นตอนการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย
รัฐบาลเตรียมลดอุปสรรคด้านการเดินทางและการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมล่วงเวลาสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านชายแดน
พร้อมกันนี้ จะมีการปรับรูปแบบการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เชื่อมโยงกับระบบศุลกากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการผ่านแดน
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายทั้งการกระตุ้นการเดินทางระหว่างไทย-มาเลเซีย และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจที่พึ่งพาการค้าชายแดนและนักท่องเที่ยว
4. เร่งปรับผังเมือง รองรับการลงทุนและการพัฒนา
ด้านการวางผังเมือง รัฐบาลเตรียมเร่งปรับปรุงผังเมืองให้สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนและการพัฒนาของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
กระทรวงมหาดไทยจะเป็นหน่วยงานหลักในการรับข้อเสนอดังกล่าวไปดำเนินการ โดยมุ่งให้การพัฒนาผังเมืองเกิดความสมดุลระหว่างการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
5. ดันการท่องเที่ยว-อาหารพื้นถิ่น สร้างจุดขายชายแดนใต้
ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากแหล่งท่องเที่ยวแล้ว รัฐบาลยังเตรียมผลักดันอาหารพื้นถิ่นของแต่ละจังหวัดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจุดขายและสะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับธุรกิจในท้องถิ่น ทั้งร้านอาหาร ผู้ประกอบการชุมชน สินค้าพื้นเมือง และบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
6. ต่ออายุมาตรการ BOI ดึงการลงทุนเข้าชายแดนใต้
ด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยเตรียมต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 ปี
การต่ออายุมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสในการลงทุน และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่
จาก “Quick Win” สู่การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจชายแดนใต้
ภาพรวมของมาตรการทั้ง 6 ด้านสะท้อนแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชายแดนใต้ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง ไม่ได้มุ่งเพียงการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังพยายามสร้างเงื่อนไขใหม่ให้พื้นที่สามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง
ตั้งแต่การเติมสภาพคล่องผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การยกระดับท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐาน การลดขั้นตอนการค้าชายแดน การปรับผังเมือง ไปจนถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน
โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่การทำให้มาตรการ Quick Win สามารถเดินหน้าได้จริงในพื้นที่ และเชื่อมโยงแต่ละมาตรการเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลายเป็นรายได้ โอกาสทางธุรกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
