ลุ้นขยายเวลา “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 อีก 1-2 เดือน คาดสรุป ก.ย.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอการขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) หลังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ ต้องการให้รัฐบาลขยายระยะเวลาออกไปอีก 1-2 เดือน
ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงการคลังพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขยายโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ไม่เกินเดือน ก.ย. 2569
คลังยืนยันมีเงินเพียงพอ หากขยายโครงการ 60/40
นายเอกนิติกล่าวว่า หากมีการขยายระยะเวลาโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐบาลยังมีเม็ดเงินเพียงพอรองรับ โดยยังมีวงเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท
สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลจัดทำโครงการดังกล่าว เนื่องจากต้องการช่วยลดผลกระทบจาก วิกฤตพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ดังนั้น หากปัจจัยสำคัญอย่างวิกฤตพลังงานยังไม่คลี่คลาย สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลนำมาพิจารณาว่าจะขยายระยะเวลาโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ต่อไปหรือไม่
“เม็ดเงินยังมีเหลืออยู่ แต่วันนี้มีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา โดยเฉพาะวิกฤตพลังงาน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดยังมีการยิงกันอีก ราคาน้ำมันตลาดโลกจากนี้ก็อาจจะปรับเพิ่มขึ้นอีก ส่วนจะมีการปรับสูตรจาก 60/40 ด้วยหรือไม่นั้น ก็ขอรับไปพิจารณาด้วยเช่นเดียวกัน” นายเอกนิติ กล่าว
รัฐบาลเล็งช่วยลดค่าครองชีพประชาชน
นายเอกนิติระบุว่า กระทรวงการคลังจะต้องเร่งพิจารณาแนวทางดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลยังมีเป้าหมายในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
ที่ผ่านมา โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยสามารถช่วยประชาชนลดภาระค่าครองชีพจากผลกระทบของวิกฤตพลังงาน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้และเพิ่มกำลังซื้อให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้ร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น
ไทยช่วยไทย พลัส มีประชาชนร่วมโครงการ 26 ล้านคน
ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ประมาณ 26 ล้านคน ขณะที่มีประชาชนอีกประมาณ 13 ล้านคนอยู่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมแล้วมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือประมาณ 40 ล้านคน
ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” มีประมาณ 1.2 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ
นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงวันที่ 9 ก.ย. 2569 มีเงินหมุนเวียนและกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วกว่า 1.5 แสนล้านบาท โดยประมาณ 16-17% เป็นเงินหมุนเวียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่มากกว่า 80% กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
สำหรับร้านค้าที่ได้รับประโยชน์จากโครงการส่วนใหญ่เป็น ร้านค้ารายเล็ก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงส่งจากการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนโดยตรง
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ก่อนตัดสินใจว่าจะ ขยายโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ออกไปอีก 1-2 เดือนหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน ก.ย. 2569
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
