สาวโลจิสติกส์ เบื่อชีวิตเมืองกรุง พลิกผืนนามรดกตกทอด สร้างแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้

สาวโลจิสติกส์ เบื่อชีวิตเมืองกรุง พลิกผืนนามรดกตกทอด สร้างแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้
มติชน
15 ธันวาคม 2563 ( 10:54 )
48
สาวโลจิสติกส์ เบื่อชีวิตเมืองกรุง พลิกผืนนามรดกตกทอด สร้างแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ในพื้นที่จ.อุทัยธานี
มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด พาครอบครัวเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันอย่างคึกคัก โดยช่วงนี้ จังหวัดอุทัยธานี นอกจากจะเป็นที่นิยมท่องเที่ยวสัมผัสกับอากาศหนาวใกล้กรุงเทพฯแล้วนั้น ยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่หากใครอยากสัมผัสกับธรรมชาติ อยากพักผ่อนในรูปแบบการใช้ชีวิตสงบ เรียบง่าย เป็นต้องนึกถึงที่จังหวัดอุทัยธานีมาเป็นตัวเลือกอีกหนึ่งจังหวัด

 

 

โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ ทุ่งข้าวเบ็ญจา แหล่งท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลหาดทนง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งสภานที่ท่องเที่ยวที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมพาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนกันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยจุดเด่นที่เรียกได้ว่า มีที่เดียวในจังหวัดอุทัยธานี ที่มีการสร้างพื้นที่นาในชุมชนเงียบๆธรรมดา ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาย้อนวิถีชีวิตชนบทในสมัยก่อน (รุ่นปู่ รุ่นยา)

 

ในการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน มาปรับใช้ ลงมือทำให้เห็นเป็นตัวอย่างได้จริง ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา เรียนรู้ และทดลองทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ปลอดสารพิษ การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา การดำนาปลูกข้าว กิจกรรมเล่นโคลนดิน กินริมทุ่งนา พาครอบครัวย้อนวิถีปู่ย่าตายาย เล่นสไลเดอร์ชาวนา พร้อมกับการแปรรูปและการถนอมอาหาร แบบลงมือทำเองได้จริง

 

รวมไปถึงหากอยากนอนพักค้างแรม ที่นี่ก็มีการจัดโซนพักผ่อนเป็นห้องพักที่มีทั้งแบบ บรรยากาศห้างนา หรือ ห้างนาติดแอร์ และห้องพักมาตรฐานแบบครอบครัว ที่เปิดห้องมาจะได้เจอกับอากาศสดชื่น รายล้อมด้วยทุ่งนาข้าว แปลงผักสวนครัว และคลองส่งน้ำ นั่งรอพระเดินเท้าเข้ามารับบิณฑบาต เหมือนได้ย้อนกลับมาใช้ชีวิตที่สงบเรียบง่าย สมัยอยู่กับครอบครัวในวัยเด็กของคนในชนบท

 

 

โดยที่ร้าน ยังมีอาหารให้นั่งรับประทานฟินๆริมทุ่งนา มีเมนูอาหาร ขึ้นชื่อของร้านที่ใครมาต้องลองสั่ง อย่าง ส้มตำยกครก ส้มตำรสเด็ด เสิร์ฟมาในครกจิ๋วสุดน่ารัก พร้อมเครี่องเคียงหลากหลาย รวมไปถึง ต้มแซ่บกระดูกซี่โครง รสแซ่บ และเมนูเมี่ยงปลาแรดนึ่ง ซึ่งเป็นปลาขึ้นชื่อของจังหวัด กับปลาแรดตัวใหญ่ๆ เนื้อแน่นฟู เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงเมี่ยง ห่อรับประทานแบบคำต่อคำ เมนูน้ำพริกผักต้ม ปลาทอด และยังมีเมนูอีกหลากมากกว่า 50 รายการ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกรับประทานในราคาสบายกระเป๋า เสิร์ฟคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ข้าวอินทรีย์

 

ที่ทางร้านใช้เนื้อที่ 2 ไร่ ปลูกไว้เพื่อนำมาหุงเป็นข้าวสวยร้อนๆไว้ให้ลูกค้าได้ทาน ที่สำคัญพืชผักสวนครัว รวมไปถึงไข่ไก่ และวัตถุดิบเกือบทั้งหมดนั้น ทางร้านได้ทำการปลูกและเลี้ยงเองแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง ส่วนเมนูเครื่องดื่มและเมนู ก็มีหลากหลาย อย่างเมนูกาแฟสดต่างๆ เมนู ชาเขียว เมนู ผลไม้ เช่น บลูไรเบอร์รี่ สตอเบอรี่ ลิ้นจี่ ส้ม แตงโม สับปะรด เป็นต้น ส่วนขนมหวาน ก็จะมี ไอศครีม ขนมปังปิ้ง แฮมชีสโทส โรตีกรอบ เรียกได้ว่า มาที่นี่ได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ได้รับประทานของอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังได้ทำกิจกรรมย้อนวัยถึงสมัยวิถีชีวิตชนบทของคนรุ่นปู่ รุ่นย่า

 

 

โดย นางสาวเบ็ญจา ยิ้มแย้ม อายุ 46 ปี เล่าว่า ข้าวทุ่งเบญจาแห่งนี้ เกิดจากการที่ตนเองไปอยู่กรุงเทพฯมานาน มีความฝันอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิด โดยนำที่ดินมรดกทั้งหมด 11 ไร่ที่มี แบ่งพื้นที่ไว้เป็นส่วนต่างๆ โดยมีการทำนาไรซ์เบอรี่ข้าวอินทรีย์ มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ และแบ่งในส่วนของการทำโฮมสเตย์ โดยคนที่มาที่นี่จะได้ในเรื่องของการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ การดำนา การทำอาหารทานเองในครัวเรือน ที่ทำแบบนี้เพราะรู้สึกว่า คนที่อยู่ที่อื่นหรือเด็กยุคใหม่ ยังไม่ได้เห็นวิถีแบบนี้ เลยอยากย้อนมาแล้วก็จะมีเรื่องเล่าของคุณตาคุณยายมาเล่าชีวิตให้กับน้องๆฟัง พอมาเห็นสิ่งของที่อยู่ในนี้เขาก็จะบอกว่าอันนี้คุณตาทำมาคุณยายเคยมาก็จะเป็นเรื่องเล่า เป็นความทรงจำเล่าต่อส่งให้กับลูกหลานได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง