เยอรมนีผุดกังหันลมบนบกสูงที่สุดในโลก 365 เมตร ผลิตไฟพุ่ง 2 เท่า

ประเทศเยอรมนีสร้างสถิติใหม่ในอุตสาหกรรมพลังงานลม หลังบริษัทวิศวกรรมไกคอน (GICON) ก่อสร้างกังหันลมบนบกที่สูงที่สุดในโลกในเมืองชิปเคา (Schipkau) รัฐบรันเดินบวร์ก ทางตะวันออกของประเทศ โดยตัวกังหันมีความสูงรวมถึงปลายใบพัด 365 เมตร และมีดุมกังหันอยู่สูงจากพื้นดินถึง 300 เมตร เพื่อเข้าถึงกระแสลมที่แรงและสม่ำเสมอกว่าบริเวณใกล้พื้นดิน
โครงการนี้พัฒนาโดยไกคอนตามการว่าจ้างของสำนักงานนวัตกรรมพลิกโฉมแห่งสหพันธ์เยอรมนี หรือสพรินด์ (Federal Agency for Disruptive Innovation: SPRIND) และสามารถยกโครงสร้างขึ้นถึงความสูงสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ทำให้กลายเป็นกังหันลมที่สูงที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเยอรมนี เป็นรองเพียงหอส่งสัญญาณโทรทัศน์เบอร์ลิน (Berlin TV Tower) ที่สูง 368 เมตร
⬛️ เสายืดได้ แก้ปัญหาเครนยกกังหันสูง 300 เมตร
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการสร้างกังหันลมระดับนี้ คือ การนำชุดกังหันและใบพัดขึ้นไปติดตั้งที่ความสูง 300 เมตร เพราะการใช้เครนขนาดใหญ่ตามวิธีทั่วไปมีข้อจำกัดทั้งด้านความสูง ต้นทุน และการขนส่ง ทีมวิศวกรของไกคอนจึงออกแบบหอคอยเหล็กแบบยืดได้ หรือ Telescopic Tower เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
โครงสร้างประกอบด้วยเสาเหล็กถักด้านนอก และเสาด้านในที่สามารถเลื่อนขึ้นลงได้ โดยทีมงานสามารถประกอบกังหันและใบพัดในระดับความสูงที่เครนเข้าถึงได้ก่อน จากนั้นจึงใช้ระบบยกแบบพิเศษค่อย ๆ ดันโครงสร้างด้านในพร้อมตัวกังหันขึ้นไปจนดุมกังหันอยู่ที่ระดับ 300 เมตร ก่อนล็อกโครงสร้างให้อยู่ในตำแหน่งถาวร
⬛️ ยิ่งสูง ยิ่งเข้าถึงลมที่แรงและสม่ำเสมอ
เหตุผลที่ไกคอนเลือกสร้างกังหันให้สูงกว่ากังหันลมทั่วไป ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำลายสถิติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเข้าถึงกระแสลมที่ระดับประมาณ 300 เมตร ซึ่งโดยทั่วไปมีความแรงและความสม่ำเสมอมากกว่าลมในระดับต่ำ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากแรงเสียดทานของพื้นดิน อาคาร ต้นไม้ และภูมิประเทศน้อยกว่า
สพรินด์ระบุว่า กังหันลมทั่วไปในพื้นที่โดยรอบมีความสูงประมาณ 150-250 เมตร ขณะที่กังหันต้นแบบของไกคอนยกดุมกังหันขึ้นไปถึง 300 เมตร ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากลมในระดับความสูงที่กังหันทั่วไปเข้าไม่ถึง และช่วยให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้สม่ำเสมอมากขึ้นตลอดทั้งปี
บริษัท ไกคอนประเมินว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกังหันลมทั่วไปที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโรเตอร์เท่ากัน เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 2 เท่า จุดสำคัญคือ ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้สะสมตลอดช่วงเวลา ไม่ได้หมายความว่ากำลังผลิตสูงสุดของเครื่องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยตรง
⬛️ ต้นแบบ 3.8 เมกะวัตต์ ก่อนขยับเกิน 7 เมกะวัตต์
กังหันลมต้นแบบที่ชิปเคามีกำลังผลิตติดตั้ง 3.8 เมกะวัตต์ ใช้ใบพัดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางการหมุนประมาณ 126 เมตร โดยบริษัท ไกคอน (GICON) ประเมินว่า ด้วยการติดตั้งกังหันให้สูงขึ้นเพื่อรับลมที่แรงและสม่ำเสมอกว่า จะช่วยให้ผลิตไฟฟ้าได้อย่างน้อยประมาณ 18 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนประมาณ 6,000 หลัง ขณะที่รุ่นเชิงพาณิชย์ในอนาคตมีแผนเพิ่มกำลังผลิตเป็นมากกว่า 7 เมกะวัตต์
จุดสำคัญของเทคโนโลยีนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างกังหันหรือใบพัดให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการยกตัวกังหันขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าเดิม เพื่อเข้าถึงลมที่แรงและพัดสม่ำเสมอกว่า แม้จะใช้ใบพัดขนาดใกล้เคียงกับกังหันทั่วไป แต่สามารถผลิตไฟฟ้าสะสมตลอดทั้งปีได้มากขึ้น โดยไกคอนประเมินว่าอาจเพิ่มปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับกังหันที่มีขนาดโรเตอร์เท่ากัน
⬛️ เตรียมสร้างฟาร์มลมสองชั้น ใช้พื้นที่เดิมผลิตไฟมากขึ้น
อีกเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการนำกังหันลมที่มีดุมกังหันสูงถึง 300 เมตร ไปติดตั้งเพิ่มเติมในฟาร์มลมเดิม โดยให้กังหันรุ่นใหม่รับลมในระดับที่สูงกว่า ขณะที่กังหันเดิมยังคงทำงานอยู่ด้านล่าง แนวคิดนี้เปรียบเสมือนการสร้างฟาร์มลมสองชั้น ทำให้พื้นที่เดิมสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยไม่ต้องหาที่ดินใหม่เพื่อสร้างฟาร์มลมเพิ่มเติม ทั้งสพรินด์ (SPRIND) และไกคอน (GICON) ประเมินว่า ฟาร์มลมที่มีอยู่ทั่วเยอรมนีอาจรองรับกังหันลักษณะนี้ได้มากถึงประมาณ 4,000 ต้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 4,000 ต้นยังเป็นเพียงการประเมินศักยภาพ ไม่ใช่แผนก่อสร้างที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยกังหันต้นแบบที่เมืองชิปเคามีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026 หลังจากนั้นทีมพัฒนาจะเก็บข้อมูลทั้งปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง ความทนทาน ต้นทุน และการบำรุงรักษา หากผลทดสอบเป็นไปตามเป้าหมาย เทคโนโลยีนี้อาจถูกขยายไปยังฟาร์มลมแห่งอื่น และช่วยให้เยอรมนีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้มากขึ้นจากพื้นที่เดิม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
