รีเซต

KGI ชี้ TISCO กำไร Q3 โตแกร่ง NPL ลด แนะ “ถือ” เป้า 129.50 บ.

KGI ชี้ TISCO กำไร Q3 โตแกร่ง NPL ลด แนะ “ถือ” เป้า 129.50 บ.
ทันหุ้น
15 ตุลาคม 2569 ( 14:00 )
2

#TISCO #ผลประกอบการ #ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (KGI) เผยผลงาน TISCO ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 1.8 พันล้านบาท โต 2% QoQ และ 4% YoY ดีกว่าตลาดคาด หนุนด้วยส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัว คุณภาพสินทรัพย์แกร่งดันหนี้เสียลดฮวบ กดสำรองลดลง ขณะที่กำไร 9 เดือนแตะ 5.3 พันล้านบาท คิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ตาม แม้เงินปันผลยังน่าสนใจ แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นจนตึงตัว จึงคงคำแนะนำ "ถือ" ประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 129.50 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2569 ยังประคองตัวได้ดี โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เติบโต 2% QoQ และ 4% YoY ซึ่งออกมาดีกว่าที่ตลาด (Consensus) คาดไว้ 1% และดีกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 2% ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 (9M69) อยู่ที่ 5,302 ล้านบาท เติบโต 6% YoY คิดเป็น 76% ของประมาณการกำไรเต็มปี ทำให้ประมาณการทั้งปีมีความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside) จำกัด

สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในไตรมาส 3/2569 มาจาก 3 มิติหลัก ได้แก่:

  1. พอร์ตสินเชื่อขยายตัว: สินเชื่อรวมโต 1% QoQ, 3.5% YoY และ 1% YTD แตะระดับ 2.38 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนหลักโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) ที่เพิ่มขึ้น 5% QoQ และสินเชื่อเช่าซื้อ (H/P) เพิ่มขึ้น 2.4% YTD ขณะที่สินเชื่อจดจำนองและสินเชื่อจำนำทะเบียนผลตอบแทนสูงยังคงซบเซา
  2. ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) กว้างขึ้น: ผลตอบแทนจากสินเชื่อปรับตัวขึ้นราว 6–7 bps QoQ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 6 bps ส่งผลให้ NIM ปรับขึ้น 11 bps QoQ และ 25 bps YoY ช่วยผลักดันรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) โต 3% QoQ และ 6% YoY ชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่แผ่วลงได้
  3. คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นชัดเจน: ยอดหนี้เสีย (NPLs) ปรับลดลง 4% QoQ และ 10% YoY นำโดยกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อที่หนี้เสียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) ลดลงเหลือ 0.8% จากระดับ 0.93% ในไตรมาส 2/2569 และ 1.4% ในไตรมาส 3/2568

ทั้งนี้ ทิศทางการเติบโตของกำไรระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการขยายสินเชื่อเช่าซื้อและการเลือกลงทุนในสินเชื่อธุรกิจ อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแพงแล้ว จึงยังคงคำแนะนำเพียง "ถือ" (Neutral) โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ไว้ที่ 129.50 บาท (อิง PER 14.0 เท่า และ PBV 2.3 เท่า) โดยมองว่ายังเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการถือรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับที่ดี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง