KGI ชี้ TISCO กำไร Q3 โตแกร่ง NPL ลด แนะ “ถือ” เป้า 129.50 บ.

#TISCO #ผลประกอบการ #ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (KGI) เผยผลงาน TISCO ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 1.8 พันล้านบาท โต 2% QoQ และ 4% YoY ดีกว่าตลาดคาด หนุนด้วยส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัว คุณภาพสินทรัพย์แกร่งดันหนี้เสียลดฮวบ กดสำรองลดลง ขณะที่กำไร 9 เดือนแตะ 5.3 พันล้านบาท คิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ตาม แม้เงินปันผลยังน่าสนใจ แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นจนตึงตัว จึงคงคำแนะนำ "ถือ" ประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 129.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2569 ยังประคองตัวได้ดี โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เติบโต 2% QoQ และ 4% YoY ซึ่งออกมาดีกว่าที่ตลาด (Consensus) คาดไว้ 1% และดีกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 2% ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 (9M69) อยู่ที่ 5,302 ล้านบาท เติบโต 6% YoY คิดเป็น 76% ของประมาณการกำไรเต็มปี ทำให้ประมาณการทั้งปีมีความเสี่ยงด้านต่ำ (Downside) จำกัด
สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในไตรมาส 3/2569 มาจาก 3 มิติหลัก ได้แก่:
- พอร์ตสินเชื่อขยายตัว: สินเชื่อรวมโต 1% QoQ, 3.5% YoY และ 1% YTD แตะระดับ 2.38 แสนล้านบาท ขับเคลื่อนหลักโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) ที่เพิ่มขึ้น 5% QoQ และสินเชื่อเช่าซื้อ (H/P) เพิ่มขึ้น 2.4% YTD ขณะที่สินเชื่อจดจำนองและสินเชื่อจำนำทะเบียนผลตอบแทนสูงยังคงซบเซา
- ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) กว้างขึ้น: ผลตอบแทนจากสินเชื่อปรับตัวขึ้นราว 6–7 bps QoQ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 6 bps ส่งผลให้ NIM ปรับขึ้น 11 bps QoQ และ 25 bps YoY ช่วยผลักดันรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) โต 3% QoQ และ 6% YoY ชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่แผ่วลงได้
- คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นชัดเจน: ยอดหนี้เสีย (NPLs) ปรับลดลง 4% QoQ และ 10% YoY นำโดยกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อที่หนี้เสียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) ลดลงเหลือ 0.8% จากระดับ 0.93% ในไตรมาส 2/2569 และ 1.4% ในไตรมาส 3/2568
ทั้งนี้ ทิศทางการเติบโตของกำไรระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการขยายสินเชื่อเช่าซื้อและการเลือกลงทุนในสินเชื่อธุรกิจ อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแพงแล้ว จึงยังคงคำแนะนำเพียง "ถือ" (Neutral) โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ไว้ที่ 129.50 บาท (อิง PER 14.0 เท่า และ PBV 2.3 เท่า) โดยมองว่ายังเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการถือรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับที่ดี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
