‘โกลเบล็ก’ ประเมินหุ้นไทยมีโอกาสย่อตัวลง หลังมีแรงกดดันจากความตึงเครียดสหรัฐ-จีน

‘โกลเบล็ก’ ประเมินหุ้นไทยมีโอกาสย่อตัวลง หลังมีแรงกดดันจากความตึงเครียดสหรัฐ-จีน
มติชน
12 สิงหาคม 2563 ( 09:27 )
12
‘โกลเบล็ก’ ประเมินหุ้นไทยมีโอกาสย่อตัวลง หลังมีแรงกดดันจากความตึงเครียดสหรัฐ-จีน

‘โกลเบล็ก’ ประเมินหุ้นไทยมีโอกาสย่อตัวลง หลังมีแรงกดดันจากความตึงเครียดสหรัฐ-จีน

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ จีบีเอส เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มปรับตัวลง หลังจากมีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนกลับมากดดันอีกครั้ง โดยสาเหตุมาจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้สั่งห้ามบุคคลหรือบริษัทอเมริกันทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัท ไบต์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอพพลิเคชั่นตอ๊กต๊อก และวีแชท ของบริษัท เทนเซ็นต์ ส่วนปัจจัยในประเทศขณะนี้ยังเป็นช่วงที่นักลงทุนยังติดตามสัปดาห์สุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 2/2563 รวมถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 หลังจากธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ และการออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ฝ่ายวิจัยประเมินว่า กรอบดัชนีหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,320-1,355 จุด

 

นางสาววิลาสินีกล่าวว่า ปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม มีทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุน อาทิ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีวาระพิเศษที่เข้ากระตุ้นการลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากที่หลายฝ่ายประเมินว่า การเมืองในประเทศหลังจากปรับครม. อาจจะไม่ตอบโจทย์ในเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งขยายระยะเวลาในการใช้มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 หลังจากที่การเจรจาต่อรองระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครตประสบความล้มเหลว อีกทั้งบริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชียจะฟื้นตัวขึ้น หลังผ่อนคลายล็อกดาวน์และการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของอิรัก

 

“ประเมินกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นปลอดภัย (Defensive Stock) เนื่องจากเป็นหุ้นที่พึ่งพิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น้อย มีอัตราการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง อาทิ แอดวานซ์ อินทัช ดีไอเอฟ ทีทีดับเบิลยู บีอีเอ็ม บีทีเอส ซีเอชจร และ บีซีเอช” นางสาววิลาสินีกล่าว

 

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ประเมินทิศทางราคาทองคำ เชื่อว่ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบ 2,000 เหรียญาหรัฐต่อออนซ์ได้ต่อ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยอยู่ที่ 29,970 บาทต่อบาททองคำ โดยได้แรงสนับสนุนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณดังกล่าวได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง