รีเซต

“ดร.สนธิ” ชี้ วิกฤตน้ำมัน-ก๊าซพุ่ง กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ดร.สนธิ” ชี้  วิกฤตน้ำมัน-ก๊าซพุ่ง  กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
TNN ช่อง16
22 มีนาคม 2569 ( 13:53 )

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความสถานการณ์น้ำมันและก๊าซที่มีราคาสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในแง่บวก และแง่ลบที่เป็นทั้งตัวเร่งให้เกิดมลพิษในระสั้น รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อนสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว

1.ผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยในช่วงวิกฤต หลายประเทศเริ่มหันกลับไปหาแหล่งพลังงานที่ก่อมลพิษสูงเพื่อความมั่นคงในระยะสั้น เช่น

1.1.การกลับมาใช้ถ่านหิน

โดยหลายประเทศในยุโรปและเอเชีย เช่น เยอรมนี จีนและอินเดียได้หันกลับมาเปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือเลื่อนการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินออกไปเพื่อชดเชยการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และมลพิษทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น

1.2.การผลิตและขนส่งฟอสซิลเพิ่มขึ้น

การขุดเจาะและการขนส่งเพิ่มขึ้น เช่น การขุดเจาะก๊าซธรรมชาติยังเสี่ยงต่อการรั่วไหลของก๊าซมีเทน (CH4) ซึ่งมีศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อนสูงกว่าหลายเท่า

1.3.เกิดการทำลายระบบนิเวศมากขึ้นจากความต้องการไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในประเทศที่มีรายได้น้อย จะนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าและสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น


2.ผลกระทบด้านบวกต่อสิ่งแวดล้อม

วิกฤตการพลังงานทำให้เกิดแรงจูงใจที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลัง งานที่ยั่งยืน

2.1.เร่งการเกิดพลังงานหมุนเวียนเร็วขึ้น จากการที่ราคาเชื้อเพลิงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นทำให้พลังงานแสงอาทิตย์และแรงลมมีความคุ้มค่าทางการเงินมากขึ้นโดยเฉพาะในประ เทศแถบยุโรปมีการคาดการณ์ว่าวิกฤตนี้อาจช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสีเขียวให้เร็วขึ้นถึง 5-10 ปี

2.2.ความตระหนักเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน โดยวิกฤตนี้ได้กระตุ้นให้เกิดแคมเปญประหยัดพลังงานและการลง ทุนในเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency) ทั้งในภาคอุตสา หกรรมและครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและภาระด้านพลังงาน

2.3.นโยบายระยะยาว:แผนงานของ RE PowerEU ของสหภาพยุโรปตั้งเป้าลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประ เทศอย่างรวดเร็วโดยเน้นการเพิ่มสัด ส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ได้ถึง 42.5% -45.0% ภายในปี 2030 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง