รีเซต

ครม. เคาะงบกลาง 7.7 พันล้าน ช่วยค่าครองชีพ-ขนส่งทั่วประเทศ

ครม. เคาะงบกลาง 7.7 พันล้าน ช่วยค่าครองชีพ-ขนส่งทั่วประเทศ
TNN ช่อง16
11 เมษายน 2569 ( 13:12 )
11

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลางวงเงินกว่า 7,742 ล้านบาท เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง โดยแบ่งการใช้งบออกเป็น 3 ส่วนหลัก ครอบคลุมทั้งการดูแลกลุ่มเปราะบาง การพยุงต้นทุนขนส่ง และการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 โดยวงเงินส่วนใหญ่จำนวน 6,022.85 ล้านบาท ใช้สำหรับดูแลกลุ่มเปราะบาง แบ่งเป็นงบ 4,700 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ให้ดำเนินต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569 และอีก 1,322.85 ล้านบาท สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบแก่กลุ่มเปราะบางตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569

ในส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง รัฐบาลอนุมัติงบกลาง 1,458 ล้านบาท และใช้งบจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. อีก 601 ล้านบาท เพื่อร่วมดำเนินมาตรการดังกล่าว โดยตั้งเป้าดูแลรถรวม 467,507 คัน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 180,332 คัน และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทางอีก 287,175 คัน

สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือ กระทรวงคมนาคมจะใช้วิธีโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ไปยังผู้ประกอบการที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวง โดยภาครัฐจะเปิดให้มีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในลำดับต่อไป เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

อีกส่วนหนึ่งเป็นมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน วงเงิน 260.60 ล้านบาท ผ่าน 3 โครงการสำคัญ เริ่มจากโครงการ “ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” ที่มุ่งจำหน่ายสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตในราคาประหยัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ใช้งบ 150 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรและช่วยเพิ่มสภาพคล่องในครัวเรือน

ถัดมาเป็นโครงการ “เยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน” ผ่านกิจกรรมงานธงฟ้า รถโมบาย และรถพุ่มพวง ซึ่งจะกระจายสินค้าราคาประหยัดไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 228 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่สามคือ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” ซึ่งเน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อขยายช่องทางตลาดให้ผู้ประกอบการ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาทแก่ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

รัฐบาลประเมินว่ามาตรการทั้ง 3 ด้านจะช่วยประคองกำลังซื้อในประเทศ ลดแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการ SME เข้าถึงสินค้าและช่องทางรายได้มากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจยังชะลอตัว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง