รีเซต

สงร.ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบาง แนะรัฐเร่งปฏิรูปโครงสร้าง

สงร.ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบาง แนะรัฐเร่งปฏิรูปโครงสร้าง
TNN ช่อง16
11 เมษายน 2569 ( 17:42 )
24

ท่ามกลางการเริ่มต้นบริหารงานของคณะรัฐมนตรีชุดที่ 66 ในเดือนเมษายน 2569 เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ค่าเงินบาทผันผวน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะวิกฤตราคาพลังงานจากตะวันออกกลาง รวมถึงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยโดยตรง

แม้จะมีปัจจัยบวกจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) และการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ แต่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่การสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

สำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำเอกสารวิเคราะห์ “สภาวะเศรษฐกิจไทยและข้อจำกัดทางการคลัง” เพื่อใช้ประกอบการพิจารณานโยบายของรัฐบาล โดยสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางในหลายมิติ

ในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ พบว่าไทยยังพึ่งพาภาคบริการถึง 60% และการส่งออกกว่า 70% ของ GDP ทำให้เสี่ยงต่อความผันผวนจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันภาคเกษตรยังรองรับแรงงานจำนวนมากแต่สร้างรายได้ต่ำ ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีการปิดกิจการจำนวนมาก ส่งผลให้ผลิตภาพแรงงานโดยรวมลดลง

ด้านเสถียรภาพการเงิน แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะลดลงมาอยู่ที่ 86.80% ของ GDP แต่คุณภาพหนี้กลับแย่ลง โดยหนี้เสียเพิ่มขึ้นในหลายประเภทสินเชื่อ สะท้อนความเปราะบางของกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แม้มีคำขอส่งเสริมจำนวนมาก แต่การลงทุนจริงยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ

ในส่วนของฐานะการคลัง รายได้ของรัฐยังพึ่งพาภาษีหลักเพียงไม่กี่ประเภท หากเศรษฐกิจชะลอตัวจะกระทบรายได้ทันที โดย สงร.ประเมินว่ารายได้รัฐอาจต่ำกว่าเป้าหมายถึง 2.4 แสนล้านบาท ขณะที่หนี้สาธารณะมีแนวโน้มเข้าใกล้เพดาน 70% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเฉพาะหากต้องรับภาระจากวิกฤตพลังงาน

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องเผชิญ ทั้งการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ซึ่งหากเกิดความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ อาจดันเงินเฟ้อขึ้นและกระทบ GDP รวมถึงปัญหาสังคมสูงวัย และความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่อาจส่งผลต่อการส่งออกของไทย

จากสถานการณ์ดังกล่าว สงร.เสนอว่ารัฐบาลจำเป็นต้องปรับแนวคิดการบริหารเศรษฐกิจครั้งใหญ่ พร้อมแสดงความชัดเจนเชิงนโยบาย เพื่อรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มความเป็นธรรม การปรับโครงสร้างระบบราชการเพื่อลดรายจ่าย การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมใหม่ การใช้ทรัพย์สินรัฐให้เกิดประโยชน์ การปรับบทบาทรัฐวิสาหกิจ การปฏิรูปการศึกษาเพื่อเร่งผลิตแรงงาน และการบริหารงบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง