รีเซต

"เอกนิติ" ชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยง Stagflation

"เอกนิติ" ชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยง Stagflation
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 19:26 )
16

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงานโลกยังไม่จบ 


แต่เบื้องต้นมีการประเมินว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุก 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะกระทบ GDP ไทยราวร้อยละ 0.2  ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันดิบขึ้นมาแล้วราว 30-40 เหรียญ จึงประเมินคร่าว ๆ ว่าปัจจัยเสี่ยงในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเลขจีดีพีในปี 2569 แล้วราวร้อยละ 0.6 จากก่อนหน้านี้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ร้อยละ 2


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเกิดภาวะชะลอตัว สวนทางอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น หรือ Stagflation ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นความเสี่ยงของทั้งโลก  ซึ่งรัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุม และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและค่อย ๆ ลุกลามจากวิกฤตสงครามไปสู่วิกฤตพลังงาน ซึ่งหากไม่เร่งแก้ปัญหาส่วนนี้อาจจะตามมาด้วยวิกฤติราคาสินค้า วิกฤติ Supply Chain และวิกฤตดีมานด์ชะลอตัว

ดังนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.)  กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการเติมเงินเพิ่มชั่วคราว และ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินราว 3 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมสินเชื่อสำหรับซื้อรถไฟฟ้า (อีวี) ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และซื้อปุ๋ยราคาถูก เป็นต้น 


ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มประมงและขนส่ง ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะเสนอมาตรการดูแลราคาสินค้า รวมถึงจะเสนอปรับค่า K ให้กับผู้รับงานก่อสร้างภาครัฐ


สำหรับความคืบหน้าโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" เฟส 2  นายเอกนิติระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ รวมถึงพิจารณางบประมาณที่จะนำมาใช้ ซึ่งยอมรับว่าการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณเป็นหนึ่งในแนวทางที่ได้วางไว้ โดยมีส่วนราชการที่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบประมาณภายในเดือน มี.ค. 2569 ราว 1 แสนล้านบาท หากภายในเดือน เม.ย. นี้ไม่สามารถทำได้ทันก็จะดึงงบประมาณนั้นมาใช้ก่อน


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตั้งเป้าจะใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีงบอยู่จำกัด โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2570 อะไรที่ไม่จำเป็น ที่เป็นส่วนเกินจะตัดทิ้งทั้งหมด เช่น งบดูงานต่างประเทศ งบเครื่องแต่งกาย (ตัดสูท) งบฟุ่มเฟือยจะตัดทิ้งทั้งหมด เพราะต้องเอางบประมาณมาดูแลเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤตินี้ แต่ทั้งหมดยังจะยืนอยู่บนวินัยการเงินการคลัง ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลางเหมือนเดิม 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง