“หลุมยุบ” ภัยเงียบที่น่ากลัว เฝ้าระวัง 16 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน “อินโดนีเซีย” เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าปรากฏการณ์นี้อันตรายเพียงใด และยังเป็นสัญญาณเตือนให้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยต้องตระหนักถึงความเสี่ยงมากขึ้น โดยเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ได้เกิดหลุมยุบขนาดมหึมาปรากฏขึ้นที่หมู่บ้าน Pondok Balik จังหวัดอาเจะห์ หลุมยุบแห่งนี้มีขนาดกว้างกว่า 30,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 18–19 ไร่ และมีความลึกในบางจุดถึง 100 เมตร ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกถึงสี่สนาม ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าหลุมยุบได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังจากพื้นที่ประสบกับน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าการดินถล่มและการเคลื่อนตัวของดินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลุมดังกล่าวขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าหลุมยุบ (Sinkhole) คือหลุมบนพื้นดินที่เกิดจากการทรุดตัวของชั้นดินด้านบน เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะค่อย ๆ ซึมลงไปละลายหินใต้ดิน เช่น หินชอล์ก หินอ่อน หรือหินปูน ทำให้เกิดโพรงขนาดใหญ่ เมื่อชั้นดินด้านบนไม่สามารถรับน้ำหนักได้ พื้นดินจึงยุบตัวลงทันที แม้ปรากฏการณ์นี้จะเกิดไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นมักสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลและยากต่อการคาดการณ์
สำหรับประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่ามีมากกว่า 49 จังหวัดที่มีความเสี่ยงเกิดหลุมยุบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีชั้นหินปูนรองรับใต้ดิน ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีภูเขาหินปูนจำนวนมากและมีฝนตกชุก จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กระบี่ พังงา สตูล ตรัง สุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช ขณะที่ภาคตะวันตกมีพื้นที่เสี่ยงใน กาญจนบุรี ตาก และ ราชบุรี ภาคเหนือมี แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และ ลำพูน ส่วนภาคกลางและภาคอีสานพบความเสี่ยงใน สระบุรี ลพบุรี และ เลย
เหตุการณ์หลุมยุบจึงเป็นเครื่องเตือนใจว่าภัยพิบัติใต้ดินสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว และอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง การเฝ้าระวัง การวางแผนรับมือ และการตระหนักรู้ของประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
