ถอดบทเรียน แผ่นดินไหว “ญี่ปุ่น” พร้อมรับมือภัยพิบัติ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ถอดบทเรียน การจัดการของคุมาโมโตะ(Kumamoto Model)กรณี แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น..มาใช้ในไทย
สำหรับจังหวัดคุมาโมโตะเผชิญเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลายครั้ง เช่น เหตุการณ์รุนแรงในปี พ.ศ. 2559 (ขนาด 7.3) และล่าสุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ขนาด7.1) ญี่ปุ่นใช้หลักการจัด การภัยพิบัติที่เรียกว่า"ระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการ" ประกอบด้วย
ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System)ใช้เทคโนโลยีส่งสัญญาณเตือนภัย (EEW) เข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนทุกคนในพื้นที่ภายในไม่กี่วินาทีก่อนที่คลื่นแผ่นดินไหวตัวทำ ลายล้างจะมาถึง
การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น (Local Autonomy) เทศบาลเมืองคุมาโมโตะมีอำนาจสั่งการอพยพประชาชนและจัดตั้งศูนย์พักพิงในโรงเรียนหรืออาคารสา ธารณะทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง
ผังเมืองและมาตรฐานอาคารขั้นสูง (Strict Building Codes) กฎหมายควบ คุมอาคารบังคับโครงสร้างทนแรงสั่นสะเทือน (Seismic Isolation) ทำให้อา คารส่วนใหญ่ไม่ถล่มลงมาทั้งหมดแม้จะเจอระบบเตือนภัยระดับรุนแรง
การจัดการแบบ "3 ส." (Self-help, Mutual-help, Public-help)
-ตนเอง (Jijo) โดยประชาชนเตรียมกระ เป๋าฉุกเฉินและรู้วิธีเอาตัวรอด
- ชุมชน (Kyojo)โดยเพื่อนบ้านช่วยกันค้นหาผู้ประสบภัยในเบื้องต้น
- รัฐบาล (Kojo)เตรียมหน่วยกู้ภัย ทหาร (JSDF) และทีมแพทย์ฉุกเฉิน (DMAT) เข้าพื้นที่ภายในไม่กี่ชั่วโมง
แนวทางการจัดการสำหรับประเทศ ไทย (Method of Management for Thailand)
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ตั้งอยู่บนวง แหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น แต่ภาคเหนือและภาคตะ วันตกของไทยยังมีรอยเลื่อนที่มีพลัง (Active Faults) ที่สามารถสร้างความเสียหายได้ (เช่น รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนพะเยา หรือรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์) ประเทศไทยสามารถนำโมเดลของคุมาโมโตะมาปรับใช้ได้ดังนี้
ด้านนโยบายและการบริหารจัดการ (Governance)
-จัดตั้งศูนย์บัญชาการแบบ Single Command โดยพัฒนาระบบของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้มีโครงสร้างการสั่งการที่เบ็ดเสร็จและยืดหยุ่นแบบญี่ปุ่นเมื่อเกิดเหตุระดับวิกฤต
-บูรณาการข้อมูลแบบ Real-time โดย เชื่อมโยงข้อมูลของ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา เข้ากับระบบเตือนภัยของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศ (Cell Broadcast) เพื่อส่งข้อความเตือนภัย SMS ถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทันทีแบบระบบญี่ปุ่น
ด้านวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน (Engineering)
-บังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเข้มงวดปรับปรุงกฎกระทรวงให้สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เสี่ยงภัย (เช่น เชียงใหม่, เชียงราย, กาญจนบุรี, กรุงเทพฯ) ต้องคำนวณโครงสร้างรองรับแผ่นดินไหวตามมาตรฐานสากล
-การประเมินความปลอดภัยอาคารเก่า (Retrofitting)โดยเสริมความแข็งแรงของอาคารสาธารณะ โรงพยาบาล และโรงเรียนเก่าที่ไม่รองรับการสั่นสะเทือน
ด้านการเตรียมความพร้อมของชุมชน (Community Preparedness)
-การซักซ้อมอพยพประจำปี (Disaster Drills) บรรจุหลักสูตรการเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวในโรงเรียนและสถานประกอบการทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติประชาชนจากการ"ตื่นตระหนก " เป็น "ตื่นตัว"
-จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยและจุดอพยพ (Evacuation Mapping) แต่ละท้องถิ่นต้องกำหนดจุดปลอดภัย (Safe Zone) และคลังเสบียงชุมชนที่ชัดเจน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
