โฆษกคลังเผย 8.5 ล้านคน ลุ้นผ่านเกณฑ์ล็อตแรก รับเงินเยียวยา 5 พัน 8 เม.ย.

โฆษกคลังเผย 8.5 ล้านคน ลุ้นผ่านเกณฑ์ล็อตแรก รับเงินเยียวยา 5 พัน 8 เม.ย.
มติชน
29 มีนาคม 2563 ( 08:32 )
218
2
โฆษกคลังเผย 8.5 ล้านคน ลุ้นผ่านเกณฑ์ล็อตแรก รับเงินเยียวยา 5 พัน 8 เม.ย.

 

โฆษกคลังเผยพร้อมจ่ายเงินให้คนผ่านเกณฑ์ภายใน 7 วันทำการ หรือภายใน 8 เม.ย. แนะเตรียมเอกสารที่บ่งบอกว่าได้รับผลกระทบโควิด-19

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ที่ลงทะเบียนในมาตรการชดเชยรายได้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) หรือ มาตรการเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ผู้ที่จะได้รับเงินต้องผ่านคุณคุณสมบัติของกระทรวงการคลัง คือ ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม และไม่ได้รับการดูแลหรือเยียวยาจากระบบประกันสังคม คือต้องไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปี ขึ้นไป ไม่มีสถานะนักเรียนหรือนักศึกษา ณ วันลงทะเบียน ไม่เป็นข้าราชการ ไม่เป็นอาชีพเกษตรกรรม ต้องเป็นผู้มีงานทำ ที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

นายลวรณ กล่าวว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 มีนาคม กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com พบว่าจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 มีนาคม มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 8.5 ล้านคน หลังจากนี้กระทรวงการคลัง ใช้เวลาตรวจสอบและจ่ายเงินให้ผู้ผ่านเกณฑ์ภายใน 7 วันทำการ ดังนั้นผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนเมื่อวันที่ 28 มีนาคม จะได้รับเงิ 5 พันบาทเดือนแรกภายในวันที่ 8 เมษายน

นายลวรณ กล่าวว่า เมื่อลงทะเบียนแล้วจะมีการส่งข้อมูลแจ้งไปยังเบอร์มือถือว่าผ่านหรือไม่ภายใน 7 วัน โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผ่านเกณณ์ จะได้รับ SMS ยืนยัน ให้รอรับเงินที่จะโอนให้ผ่านพร้อมเพย์ หรือบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ 2. หากไม่ผ่านจะแจ้งให้ทราบพร้อมเหตุผล สามารอุทธรณ์ได้ 3.ขอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น หากกลุ่มที่ไม่ชัดเจนเรื่องสถานที่ทำงาน

“ลูกจ้างร้านหมูปิ้ง ไม่ได้มีการจดทะเบียนบริษัท ต้องมีหลักฐานว่าถูกปิดกิจการ และต้องมีหลักฐานที่ระบุว่าเป็นลูกจ้างร้านหมูปิ้ง เช่น รูปถ่ายที่เคยถ่ายในร้านหมูปิ้ง หรือมีหลักฐานอื่นๆ ที่ระบุว่าเป็นลูกจ้างร้านดังกล่าว คนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซด์ ต้องมีใบขับขี่สถานะมายืนยัน ส่วนคนขายอาหาร ไม่ว่าในห้างหรือแผงลอยข้างถนน ในเมื่อรัฐไม่ให้รับประทานที่ร้านแต่ซื้อกลับไปกินที่บ้าน ก็อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ ต้องมีหลักฐานมายืนยันว่าเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของร้าน และได้รับผลกระทบจากโควิด-19” นายลวรณ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง