เงินจีนกำลังไหลมา! เปิดแผน 4 บิ๊กเทคสัญชาติจีน ลงทุน-จ้างงานคนไทยเพิ่มในสิ้นปี

"ทำไมจีนเลือกไทย?" เปิดแผน 4 บิ๊กเทคจีน ลงทุนกว่า 70,000 ล้านบาท
ข่าวดีของเศรษฐกิจไทย เมื่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนประกาศแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยรวมกว่า 70,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ ครอบคลุมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI, Data Center, เซมิคอนดักเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
นอกจากเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาล สิ่งที่น่าจับตาคือการสร้างงานใหม่หลายหมื่นตำแหน่ง การยกระดับทักษะแรงงานไทย และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทระดับโลก ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
เปิดรายชื่อ 4 บิ๊กเทคจีน ลงทุนไทย
บริษัทที่เตรียมขยายการลงทุน ประกอบด้วย Xiaomi Corporation, ChangAn Automobile, InnoLight Technology และ Eoptolink Technology
การลงทุนจะเน้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงสำหรับ Data Center, ชิปสื่อสารความเร็วสูง, เซมิคอนดักเตอร์ และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตตามกระแส AI ทั่วโลก
นอกจากเม็ดเงินลงทุน ยังมีแผนยกระดับแรงงานไทยผ่านการ Upskill และ Reskill เพื่อให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีและองค์ความรู้จากบริษัทชั้นนำโดยตรง
Xiaomi เล็งไทยเป็นฐาน AI และ EV อาเซียน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เชิญชวน Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก และผู้พัฒนาเทคโนโลยี AIoT กับรถยนต์ไฟฟ้า ให้ขยายการลงทุนด้านการผลิต EV และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานดำเนินธุรกิจในอาเซียน
รัฐบาลยืนยันว่าจะสนับสนุนผ่านมาตรการ Thailand FastPass การจัดหาพลังงานสะอาด การเชื่อมโยงซัพพลายเชนในประเทศ และการผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-EU) เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออกในอนาคต
ChangAn เพิ่มกำลังผลิตเท่าตัว
ด้าน ChangAn Automobile ซึ่งเลือกไทยเป็นฐานการผลิตครบวงจรแห่งแรกนอกประเทศจีน มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 100,000 คัน เป็น 200,000 คันต่อปี ภายในปี 2573
บริษัทยังเตรียมตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในไทย ดูแลบริษัทในเครือกว่า 40 แห่งทั่วโลก พร้อมจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
AI Data Center ดัน InnoLight และ Eoptolink ขยายลงทุน
อีกสองบริษัทที่น่าจับตาคือ InnoLight Technology และ Eoptolink Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูงสำหรับ AI Data Center และโครงข่ายสื่อสาร
InnoLight ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดโลกเป็นอันดับ 1 ลงทุนในไทยแล้วกว่า 35,800 ล้านบาท มีโรงงานที่สระบุรีและพระนครศรีอยุธยา จ้างงานคนไทยกว่า 12,000 คน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 20,000 คน ภายในปีนี้ พร้อมสร้างโรงงานแห่งที่ 3 รองรับความต้องการของตลาด AI
Eoptolink ผู้ผลิต Optical Transceiver อันดับ 2 ของโลก ลงทุนในไทยแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท มีฐานการผลิตที่ชลบุรีและระยอง จ้างงานกว่า 9,000 คน และเตรียมขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาด AI และ Cloud Data Center ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ทำไมจีนเลือกประเทศไทย
การขยายการลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังคณะ "ทีมไทยแลนด์" นำโดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเยือนจีนเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เพื่อหารือกับนักลงทุนรายใหญ่
รัฐบาลระบุว่า นักลงทุนจีนยังเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม สาธารณูปโภค และความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตนอกประเทศจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์และการปรับห่วงโซ่อุปทานโลก
อีกปัจจัยสำคัญคือ ไทยสามารถเชื่อมโยงตลาดอาเซียน มีซัพพลายเชนรองรับ และมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนที่ชัดเจน ทำให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเลือกใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจ
โอกาสของไทยไม่ได้อยู่แค่โรงงาน
เป้าหมายของรัฐบาลไม่ได้มีเพียงการดึงฐานการผลิตเข้ามา แต่ต้องการให้บริษัทต่างชาตินำกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง เช่น งานวิจัยและพัฒนา (R&D) การออกแบบ และการพัฒนาบุคลากร มาดำเนินการในประเทศไทยมากขึ้น
หากทำได้ ไทยจะไม่ได้เป็นเพียงฐานประกอบสินค้า แต่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค สร้างงานคุณภาพสูง เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ความท้าทายที่ไทยต้องเร่งทำ
แม้เม็ดเงินลงทุนจะเป็นโอกาสสำคัญ แต่โจทย์ใหญ่คือการสร้างคนให้ทันกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะบุคลากรด้าน AI วิศวกรรม ซอฟต์แวร์ ดาต้า และเซมิคอนดักเตอร์
รายงาน Thailand Economic Monitor: Digital Pathways to Growth ของ World Bank ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของไทย แต่ต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบนิเวศด้านนวัตกรรม
ขณะที่ OECD มองว่า ไทยควรใช้การลงทุนจากต่างประเทศเป็นช่องทางดึงเทคโนโลยี งานวิจัย และองค์ความรู้เข้ามา ไม่ใช่เพียงเพิ่มกำลังการผลิต พร้อมเร่งปรับปรุงกฎระเบียบและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อให้การลงทุนต่อยอดเป็นนวัตกรรมและผลิตภาพของเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของไทยจะไม่ได้วัดจากมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่า ประเทศสามารถเปลี่ยนเม็ดเงินเหล่านี้ให้กลายเป็นองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรคุณภาพได้มากเพียงใด หากทำได้ ไทยก็มีโอกาสก้าวจากฐานการผลิต สู่การเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของเศรษฐกิจ AI ในภูมิภาค
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
