ค้าปลีกคึกแห่ตุนของ ‘CPAXT-BJC’ รับเต็ม

#กลุ่มค้าปลีก #ทันหุ้น – “กลุ่มค้าปลีก” รับคนแห่ตุนของกินของใช้กรณีฉุกเฉิน หนุนยอดพุ่ง จับตาผลงานไตรมาส 4 โดดเด่น เตรียมรับเทศกาลปลายปีต่อเนื่อง โบรกเกอร์ ชู CPAXT-BJC เด่นน่าสอย เคาะเป้าหมาย 15.40 บาท, 20.80 บาท ด้าน TU รับคนตุนสินค้าหนุนยอดขายอาหารกระป๋อง
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น “กลุ่มค้าปลีก” หลังมีกระแสข่าวหลายประเทศเกี่ยวกับเรื่องการสำรองอาหารกรณีฉุกเฉิน รวมถึงประเทศไทยที่ล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำให้ประชาชนเตรียมความพร้อมสำรองอาหารและของจำเป็น 3 วัน หรือราว 72 ชั่วโมง เพื่อรองรับกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนและภัยพิบัติต่างๆ โดยมองเรื่องดังกล่าวน่าจะประเด็นที่สนับสนุนยอดขายในระยะสั้นของหุ้นกลุ่มดังกล่าวในปรับตัวดีขึ้น
CPAXT-BJC รับผลดี
สำหรับหุ้นในกลุ่มดังกล่าวหลักๆ ได้แก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ปัจจุบันธุรกิจค้าส่งภายใต้แบรนด์ "แม็คโคร" (Makro) จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบขายส่ง และธุรกิจค้าปลีก ภายใต้แบรนด์ "โลตัส" (Lotus's) ทั้งรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนหุ้นของ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC (ปัจจุบันธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Big C
โดยในส่วน CPAXT นั้นทางนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ให้ราคาเป้าหมาย 15.40 บาท เพราะคาดผลงานในไตรมาส 4/2569 จะพลิกกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนจากช่วงไตรมาส 3/2569 เพราะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลของการบริการในประเทศ ผลมาจากแรงช่วงเทศกาลปีใหม่และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งได้ผลบวกจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่มีการต่ออายุเพิ่มเติมในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม
ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท ลดลง 23% เมื่อเทียบ ไตรมาส 2/2569 (QoQ) ส่งให้งวด 9 เดือนแรกปี 2569 ของ CPAXT มีกำไรอยู่ที่ราว 6 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63% ของประมาณการกำไรเดิมทั้งปี 2569 ที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ราว 9.06 พันล้านบาท อย่างไรก็ดีปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่งประเมินว่าจะได้เห็นทิศทางกำไรปกติที่จะสามารถกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 4/2569 และต่อเนื่องในปี 2570 ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมยอดขายที่ฟื้นตัว จึงมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้น CPAXT ต่อไป
พร้อมกันนี้ ทางฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น BJC ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท โดยจะมีรายการพิกศษจากการขายที่ดินราว 900 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติจะอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรปกติจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพราะเข้าสู่เทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปีและฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในไทยขยายตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังได้แรงหนุนจากในส่วนของเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่ในประเทศเวียดนาม MMVN ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลขายเช่นเดียวกันและเป็นอีกปัจจัยช่วยสนับสนุนยอดขายเพิ่มเติม ประกอบกับทาง BJC จะมีรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่คาดเติบโตต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อแก้วและกระป๋องที่เพิ่มขึ้นหลังคู่แข่งปิดโรงงาน ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดน่าจะเข้ามาช่วยเสริม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติของ BJC ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 4.81 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ราว 4.47 พันล้านบาท อีกทั้งคาดแนวโน้มอัตราการจ่ายปันผลของ BJC ในงวดครึ่งหลังปี 2569 จะคิดเป็นผลตอบแทนจากการเงินปันผลในอัตราประมาณ 2.3%
@ TU ขายอาหารกระป๋องพุ่ง
ด้านนางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า ในแง่กรณีที่ทาง ปภ. มีคำแนะนำให้สำรองอาหารกรณีฉุกเฉินนั้นมองน่าจะเป็นผลบวกต่อยอดขายในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป/กระป๋อง (Ambient Seafood) เพิ่มเติม (จากเดิมที่ TU มีรายได้จากกลุ่มสินค้าดังกล่าวราว 50% ซึ่งหากจำแนกจากช่องทางขายนั้นมาจากในไทยราว 10% และที่เหลือมาจากต่างประเทศ)
อย่างไรก็ดี ทั้งปี 2569 บริษัทยังประมาณการายได้ 4-6% จากปีก่อน เพื่อตอบคำสั่งซื้อในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Ambient Seafood และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีแนวโน้มความต้องการ (ดีมานด์) ขยายตัวและมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่สูง ตอลดจนบริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
