เก็ง‘หุ้นโรงกลั่น’กำไร Q3 รับ GRM สูง ชูTOP เด่น

#TOP #ค่าการกลั่น #ทันหุ้น – “หุ้นกลุ่มโรงกลั่น” รับอานิสงส์ค่าการกลั่นไตรมาส 3/2569 พุ่ง 15-18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนกำไรสูงเทียบเท่ากำไรทั้งปีในภาวะปกติ เชื่อ 3-5 ปีข้างหน้าอุปทานตึงตัว ดันค่าการกลั่นระยะยาวเฉลี่ย 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนผลดำเนินงาน-เงินสดแกร่ง ชู TOP เด่นจากโครงการ CFP เพิ่มกำลังผลิต 16-19% และลดต้นทุนวัตถุดิบหนุนกำไรระยะยาว
นายศรชัย พิทยาพฤกษ์,IAA, AISA นักวิเคราะห์อาวุโส กลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้ายังมีทิศทางเติบโตได้ดี จากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นไม่ทันความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก โดยคาดว่าอุปทานใหม่จะเพิ่มขึ้นปีละ 600,000-800,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันเติบโต 1-2% หรือประมาณ 800,000-900,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้อุตสาหกรรมมีแนวโน้มเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว แม้ไม่มีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยภาวะดังกล่าวจะช่วยยกระดับค่าการกลั่น (GRM) ในระยะยาวให้ทรงตัวเหนือ 5.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีโอกาสเฉลี่ยอยู่ที่ 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ประมาณ 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้โรงกลั่นมีความสามารถทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดได้ดีกว่าในอดีต
@ค่าการกลั่นพุ่ง
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นงวดไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยมีแรงหนุนจากค่าการกลั่น (GRM) ที่ทรงตัวสูงในกรอบ 15-18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าระดับปกติถึง 2 เท่า ส่งผลให้กำไรเพียงไตรมาสเดียวสูงเทียบเท่ากับกำไรทั้งปีในภาวะปกติ หนุนภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนแรกเติบโตอย่างมาก
อย่างไรก็ตามคาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ กดดันจากค่าการกลั่นที่ย่อตัวลงมาอยู่ในกรอบ 10-12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันจากต้นทุนส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ และค่าขนส่ง ที่ปรับสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การโจมตีเส้นทางขนส่งในทะเลแดงและท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน (Product Spread) ยังอยู่ในระดับสูง แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเข้ามาหักลบค่าการกลั่นสุทธิ
“อยากชวนให้นักลงทุนเห็นภาพว่า แม้ว่าค่าการกลั่นไตรมาส 4/2569 จะอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 10 – 12 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยงวดไตรมาส 2 และไตรมาส 3 แต่ก็ยังสูงกว่าระดับปกติที่เคลื่อนไหวในกรอบ 5-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างมาก ดังนั้นแม้ว่าค่าการคลั่นจะอ่อนตัวลง แต่ก็ยังมีศักยภาพที่จะทำกำไรได้ดีกว่าในอดีต”
ดังนั้น ผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 กลุ่มโรงกลั่น จึงมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่พุ่งสูงกว่าระดับปกติประมาณ 2 เท่า จากผลกระทบของสงครามหรือ ทำให้กำไรที่ทำได้ในบางไตรมาสใกล้เคียงกับกำไรทั้งปีในภาวะปกติ
สำหรับความกังวลเรื่องจีนเร่งส่งออกน้ำมันในไตรมาส 4/2569 นายศรชัย กล่าวถึงสถิติการส่งออกน้ำมันของจีนงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงติดลบ 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ดังนั้นหากจีนจะส่งออกน้ำมันทั้งปี 2569 ในปริมาณใกล้เคียงกับที่ส่งออกเมื่อปี 2568 (Flat) จึงจำเป็นต้องเร่งส่งออกน้ำมันตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้ ดังนั้น ปริมาณการส่งออกที่แท้จริงไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากจนเกิดภาวะสินค้าทะลักเข้าสู่ตลาด
@เปิดกลยุทธ์ลงทุน
นายศรชัย ประเมินปัจจัยกดดันราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นที่ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา มองว่าเกิดจากแรงขายทำกำไรหลังราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 80-100% รวมถึงความกังวลต่อการส่งออกน้ำมันของจีนและแนวโน้มกำไรไตรมาส 4 ที่ชะลอลง อย่างไรก็ตาม การปรับฐานของราคาหุ้นสวนทางกับปัจจัยพื้นฐานระยะยาวที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ยังไม่แพง
โดยซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ประมาณ 0.8-1.1 เท่า สะท้อนว่ายังไม่มีส่วนเพิ่มมูลค่าหุ้น (Premium) มากนัก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดปี 2016-2019 ที่ระดับดังกล่าวเคยสูงกว่า 1 เท่า พร้อมเลือก TOP เป็นหุ้นเด่น ราคาเหมาะสม 83 บาท เนื่องจากนอกจากได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับโรงกลั่นอื่นแล้ว ยังมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจากโครงการพลังงานสะอาด (CFP) ที่เตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการผลิตได้อีก 16-19% และเพิ่มความสามารถในการใช้น้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) ได้มากขึ้นถึงเท่าตัว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
