รีเซต

"อิเกีย" รุกไทยยาว! ปรับแผนสู้ศึกออนไลน์-ปรับไซซ์เล็กลง

"อิเกีย" รุกไทยยาว! ปรับแผนสู้ศึกออนไลน์-ปรับไซซ์เล็กลง
TNN ช่อง16
5 พฤศจิกายน 2569 ( 13:29 )

คุณ ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม เปิดเผยว่า อิเกีย ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาครบ 15 ปีแล้ว และยังคงมีแผนขยายธุรกิจในระยะยาว พร้อมเดินหน้ามองหาโอกาสใหม่ ๆ ต่อเนื่อง

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการจ้างงานในไทยมากกว่า 1,000 คน จากปัจจุบัน ที่มีสาขา อิเกีย ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดรวม 6 สาขา ประกอบด้วย สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3 สาขา และต่างจังหวัดอีก 3 สาขาคือ ภูเก็ต, เชียงใหม่ และที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุดคือ สาขาขอนแก่น 

ขณะเดียวกัน สินค้าบางประเภท เช่น ถุงซิปล็อก ซึ่งผลิตในประเทศไทย ยังมีการส่งออกไปยังสาขาของอิเกียทั่วโลกอีกด้วย

คุณ ลีโอนี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมองหาโอกาสใหม่ ๆ มีเป้าหมาย ก็เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนไทยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความท้าทายหรือข้อจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งอยู่ในระดับสูง รวมถึง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกและไทย โดยมองปัจจัยดังกล่าวเป็นทั้งความเสี่ยง และโอกาสในการดำเนินธุรกิจ

สำหรับแผนการขยายสาขาใหม่คาดว่าจะเปิดเพิ่มอีก 1-2 สาขาภายใน 2 ปีข้างหน้านี้ และส่วนตัวยังต้องการเห็น อิเกีย มีสาขาในไทยถึง 10 สาขาในอนาคต 

ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ปรับรูปแบบการลงทุนเปิดสาขาใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการเปิดสาขาขนาดใหญ่จะต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงหันไปเน้นสาขาที่มีขนาดเล็กลง รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสมในตลาดประเทศไทยด้วย

ขณะเดียวกัน เชื่อว่า การขยายสาขาขนาดเล็ก ยังเปิดโอกาสในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาปรับปรุงรูปแบบการให้บริการ และอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และหากพบว่าตลาดมีการตอบรับที่ดี เติบโตขึ้น ก็มีโอกาสพัฒนาสาขาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต 

เช่น สาขาภูเก็ต ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้ว 10 ปี โดยมีพื้นที่สาขาอยู่ราว 2,000 ตารางเมตร ปัจจุบันมีแผนขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ที่ใหญ่ขึ้นมากกว่า 10,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2029 นี้ 

ทั้งนี้ อิเกีย เป็นผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน จากสวีเดน ซึ่งผู้บริหาร อิเกีย ระบุว่า การขยายธุรกิจในไทยจะเน้นทั้งการเปิดสาขาใหม่และช่องทางออนไลน์ ควบคู่กันไป

ปัจจุบันพบว่าช่องทางออนไลน์ในประเทศเติบโตสูง เห็นได้จากสัดส่วนของยอดขายในช่องทางออนไลน์ของอิเกีย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 ในปี 2018 เป็นร้อยละ 26-28 ในปีที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันยังพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยยังคงให้ความสำคัญกับการสัมผัสและทดลองสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ ทำให้การมีหน้าร้าน ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ

บริษัทฯ จึงมุ่งปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้รองรับการเติบโตของตลาดออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 35-40 ในอนาคต 

คุณ ลีโอนี่ กล่าวว่า ตลาดออนไลน์ แม้จะเติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถในด้านนี้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบ Fulfillment ซึ่งต้องวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากการจัดส่งเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่มีความซับซ้อน ทั้งในด้านการขนส่งและการบริหารจัดการ 

นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนานวัตกรรมและแนวทางการดำเนินงานใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนระบบโลจิสติกส์ บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาเส้นทางขนส่งให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น ปัจจุบันมีเส้นทางหลักประมาณ 5-6 เส้นทาง ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ขณะเดียวกัน ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในการจัดส่งสินค้าพัสดุขนาดเล็ก และยังเตรียมขยายความร่วมมือเพิ่มเติม ด้วยการเปิดจุดรับสินค้าในพื้นที่ที่อิเกียยังไม่มีบริการ เพื่อช่วยลดต้นทุนการจัดส่งและเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการรับสินค้า โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง