เก็บตกงาน Luohe Food Expo “กระดานดีด" สู่ตลาดตอนกลางของจีน (ตอน 1)

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสนำคณะสมาชิกของหอการค้าไทยในจีนและสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และผู้ประกอบการเครือข่ายไปร่วมงาน 23rd China (Luohe) Food Expo ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการลั่วเหอ
วันนี้ ผมเลยขอ “เก็บตก” สิ่งดีๆ ภายในงานแสดงสินค้าดังกล่าวและการสำรวจลู่ทางและโอกาสทางธุรกิจที่เมืองลั่วเหอ มาแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่านกันครับ ...
“ลั่วเหอ” (Luohe) เป็นเมืองขนาดเล็กของจีนที่มีประชากรราว 2.3 ล้านคน ได้รับสมญานามว่าเป็น “มินิฮ่องกง” หรือบางคนเรียกว่า “มินิเซี่ยงไฮ้” เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเจิ้งโจว (Zhengzhou) เมืองเอกของมณฑลเหอหนานซึ่งถือเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของจีนแต่ครั้งโบราณกาล
ตอนผมแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองลั่วเหอ ก็ได้รับแจ้งข้อมูลพร้อมหลักฐานอ้างอิงที่ระบุ 9,000 ปีของประวัติศาสตร์ของเมืองในย่านนี้ ทั้งที่ เรามักได้ยินว่าจีนมีประวัติศาสตร์เก่าแก่เพียง 5,000 ปีเท่านั้น
ในเชิงภูมิศาสตร์ ลั่วเหอมีขนาดรวมกว่า 2,600 ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบที่มีสภาพดินดีน้ำดี ซึ่งเหมาะสำหรับการทำเกษตรแปลงใหญ่ และทุกครั้งที่นั่งรถยนต์ออกนอกตัวเมืองก็จะเห็นท้องไร่ท้องนาที่เขียวชะอุ่ม ผมยังสังเกตเห็นท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยกังหันลมยาวเหยียดที่หมุนอยู่แทบตลอดเวลา
ทั้งนี้ หากท่านเดินทางโดยรถยนต์บนทางด่วนระหว่างสนามบินนานาชาติเจิ้งโจวซินเจิ้ง (Zhengzhou Xinzheng International Airport) ไปยังลั่วเหอก็ใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การเดินทางไปในครั้งนั้น ผมยังมีโอกาสนั่งรถไฟความเร็วสูงจากลั่วเหอกลับไปยังเจิ้งโจว ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เรียกว่าเพียงสถานีเดียวก็ถึงแล้ว ผมแนะนำว่า ขึ้นรถไฟแล้วขอให้นั่งชมวิวทิวทัศน์เพลินๆ ไป และห้ามงีบเด็ดขาด ไม่งั้นเลยป้ายแน่นอน
งานแสดงสินค้านี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 1,000 รายบนพื้นที่ราว 50,000 ตารางเมตร ซึ่งจัดว่ามีขนาดไม่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับงานแสดงสินค้าอาหารขนาดใหญ่อย่าง SIAL Shanghai แต่ถือได้ว่าเป็นงาน “เรือธง” ที่มีเสน่ห์มากมายซ่อนอยู่
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าเมือง “ลั่วเหอ” เป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมอาหารของจีน จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งอาหารแห่งแรกของจีน”
ขณะเดียวกัน งานนี้ก็ถูกออกแบบให้เป็น “เวทีหลัก” ในภูมิภาคที่มุ่งเน้นฐานอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานอาหารของจีน และสามารถเข้าถึงผู้จัดจำหน่ายและผู้ค้าส่งระดับภูมิภาคในพื้นที่ตอนกลางที่เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเติบโตแรง
ในประเด็นหลังนี้ งานแสดงสินค้านี้จึงเป็นหนึ่งใน “กระดานดีด” ที่สำคัญสำหรับการกระจายความเจริญของรัฐบาลจีนและการขยายตลาดสินค้าอาหารสำหรับผู้ประกอบการจากซีกตะวันออกไปสู่พื้นที่ตอนกลางและต่อไปยังด้านซีกตะวันตกของจีนในอนาคต
งานแสดงสินค้านี้เป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นต่อเนื่องมานับแต่ปี 2003 และได้รับการจัดชั้นเป็น “งานระดับชาติ” นับแต่ปี 2008 โดยเป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์ การเจรจาธุรกิจ นโยบาย และแนวโน้มอุตสาหกรรม โดยมักมีการประกาศดัชนีและทิศทางอุตสาหกรรมอาหารของแต่ละปี และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับชาติหลายแห่ง
จากการเดินส่องภายในงานแสดงสินค้าก็พบว่า ผู้เข้าร่วมงานครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูป อาหารนวัตกรรม (Future Food และ Functional Food) เนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็ง ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม วัตถุดิบ (ธัญพืช น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส) เครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร รวมทั้งบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ที่ช่วยรักษาคุณภาพอาหาร
ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจการชั้นนำที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเมืองลั่วเหอและเมืองอื่นในมณฑลเหอหนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจ “ชวงหุ่ย” (Shuanghui Group) หรือ “WH Group” ที่เป็นผู้แปรรูปเนื้อสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน และ “เว่ยหลง” (Weilong) ที่โด่งดังจาก “ล่าเถียว” (La-Tiao) ที่ทำจากแป้งที่นำไปทอดและปรุงรสชาติต่างๆ อาทิ ม๋าล่า
รวมที้ง “ไป๋เซี่ยงฟู้ด” (Baixiang Food Group) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังของจีน รวมทั้งผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปจำนวนมากที่ล้วนมีพาวิลเลียนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณทางเข้าของอาคารหลัก
ในส่วนของต่างประเทศ งานนี้มีสินค้านำเข้าจากประเทศในกลุ่มอาเซียน สหภาพยุโรป และยุโรปตะวันออก มาร่วมจัดแสดง โดยในปี 2026 มีความ “พิเศษสุด” เมื่อไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแขกรับเชิญพิเศษเป็นครั้งแรกของงานนี้
ทั้งนี้ ท่านสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำคณะข้าราชการจากไทยและสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ไปเข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหารระดับสูงของเมืองและร่วมจัดคูหาพิเศษในพาวิลเลียนไทย รวมทั้งยังได้รับเชิญขึ้นกล่าวในพิธีเปิดงานและร่วมขบวนแขกวีไอพีระหว่างการเดินเยี่ยมงานหลังพิธีเปิด
ในส่วนของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน เริ่มจากกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ลงทุนก่อสร้าง “ซีพีพาวิลเลียน” (CP Pavilion) อย่างโอ่โถงในโทนสีเหลืองทองและมีขนาดพื้นที่ราว 200 ตารางเมตรเท่ากับไทยพาวิลเลียน (Thai Pavilion) เลยทีเดียว ภายในพาวิลเลียนนำเสนอหลากหลายสินค้าอาหารเด่นของซีพี อาทิ ทุเรียนและผลไม้อื่น อาหารแช่แข็ง (กุ้งแช่แข็งและอาหารพร้อมรับประทาน) น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ ชาและกาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้าขาวและไวน์แดง) รวมทั้งยังมีพื้นที่สาธิตการปรุงอาหาร
อนึ่ง กลุ่มซีพีได้เข้าไปฝังตัวและลงทุนมาช้านานจนกลายเป็นกิจการต่างชาติรายแรกในจีน หลายท่านอาจเคยได้ยินเรื่องเล่า “หมายเลขจดทะเบียนนิติบุคคล 0001” ขณะที่ในกรณีของมณฑลเหอหนาน ซีพีก็เข้าไปค้าขายและลงทุนที่นั่นมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ทั้งในรูปของการเพาะปลูก ฟาร์มเลี้ยงไก่ และโรงงานผลิตจักรยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในเวลาต่อมา
รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจค้าปลึก อสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูง และอื่นๆ ในย่านเมืองใหม่ของลั่วหยาง (Luoyang) ที่เป็นผลพวงจาก “ความดี” ที่สั่งสมไว้แต่ในอดีต
ติดตามต่อว่ามีผู้ประกอบการไทยรายใดอีกบ้างที่ไปร่วมงานในตอนหน้าครับ ...
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
