รีเซต

เริ่มต้นได้ดี! "ทุเรียนไทย" ส่งออกจีน แค่ 4 เดือนแรก ปี 2569 โตพุ่ง 1.21 แสนตัน รถไฟลาว-จีน ปัจจัยหนุนขนส่งเร็วขึ้น

เริ่มต้นได้ดี! "ทุเรียนไทย" ส่งออกจีน แค่ 4 เดือนแรก ปี 2569 โตพุ่ง 1.21 แสนตัน รถไฟลาว-จีน ปัจจัยหนุนขนส่งเร็วขึ้น
TNN ช่อง16
25 พฤษภาคม 2569 ( 20:15 )

“ทุเรียนไทย” ยังแกร่งในตลาดจีน หัวใจสำคัญ คือ ระบบขนส่ง 


หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ การเติบโตของ “ด่านโม่ฮาน” ในมณฑลยูนนาน ซึ่งกำลังกลายเป็นศูนย์กลางนำเข้าทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่จีนแบบเต็มรูปแบบ ผ่านทั้งรถไฟลาว-จีน และเส้นทางถนน R3A


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง รายงานว่า ช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้ ปริมาณนำเข้าผลไม้ผ่านด่านโม่ฮานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ “ทุเรียนสด” จากไทยและ สปป.ลาว ที่เข้าสู่จีนต่อเนื่อง


ข้อมูลจากศุลกากรนครคุนหมิง ระบุว่า ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ด่านโม่ฮานนำเข้าทุเรียนสดรวมกว่า 121,000 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 1.7 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณนำเข้าทุเรียนทั้งหมดของจีน


เฉพาะเดือนเมษายน 2569 เดือนเดียว มีการนำเข้าทุเรียนสูงถึง 82,000 ตัน สะท้อนว่าความต้องการบริโภคทุเรียนในจีนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง


จีนยังเป็นตลาดทุเรียนใหญ่ที่สุดของโลก


ปัจจุบัน จีนถือเป็น “ตลาดส่งออกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดของโลก” และประเทศไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของจีน แม้จะต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากเวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์


ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีน หรือ GACC ระบุว่า ปี 2568 จีนนำเข้าทุเรียนรวมมากกว่า 1.56 ล้านตัน มูลค่ากว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 240,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากช่วงก่อนโควิด-19


ด้านกระทรวงพาณิชย์ไทย ระบุว่า ปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีนคิดเป็นมูลค่ากว่า 130,000 ล้านบาท หรือมากกว่า 95% ของการส่งออกทุเรียนไทยทั้งหมด


จีนจึงยังเป็นตลาดหลัก ที่มีอิทธิพลต่อราคาทุเรียนไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ราคาหน้าสวนไปจนถึงตลาดส่งออก


“ด่านโม่ฮาน” ฮับใหม่ผลไม้ไทยสู่จีน


ในอดีต การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนพึ่งพารถบรรทุกผ่านด่านชายแดนเป็นหลัก ทำให้เกิดปัญหารถติดหน้าด่าน โดยเฉพาะช่วงผลผลิตออกพร้อมกัน


แต่หลังจากรถไฟลาว-จีนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ระบบโลจิสติกส์ผลไม้ไทยเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ


ด่านโม่ฮานกลายเป็น “ฮับใหม่” ของการค้าผลไม้ในภูมิภาค เพราะมีทั้งเส้นทางรถไฟลาว-จีน และทางหลวง R3A เชื่อมต่อกัน ทำให้รองรับการขนส่งได้ทั้งระบบรางและถนน


ข้อได้เปรียบสำคัญ คือ ระบบ “Rail + Road” หรือ “รางรถไฟ + ถนน” ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีความยืดหยุ่นมากขึ้น กระจายสินค้าได้เร็ว ลดปัญหาคอขวดหน้าด่าน และลดเวลาขนส่งได้อย่างมาก


รถไฟ Cold Chain ลดต้นทุน ส่งเร็วไม่ถึง 3 วัน


คุณเหริน เจิ้งเว่ย รองผู้จัดการบริษัท China Railway Container Kunming Branch เปิดเผยว่า ปัจจุบันขบวนรถไฟ Cold Chain บนเส้นทางลาว-จีน เปิดให้บริการเป็นประจำแล้ว


ส่งผลให้ทุเรียนไทยสามารถเดินทางจากต้นทางถึงปลายทางในจีนได้เร็วที่สุดภายในไม่ถึง 3 วัน


ระบบ Cold Chain ยังช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ประมาณ 15% และลดความเสียหายของสินค้าได้ราว 10% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากสำหรับผลไม้สดที่ต้องรักษาคุณภาพและระดับความสุก


ที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ของทุเรียนไทย คือ การติดค้างหน้าด่านหลายวัน ทำให้คุณภาพสินค้าเสียหาย และต้นทุนผู้ส่งออกพุ่งสูง


แต่ปัจจุบัน จีนเร่งลงทุนระบบศุลกากรอัจฉริยะ ระบบสแกนอัตโนมัติ และระบบตรวจปล่อยดิจิทัลที่ด่านโม่ฮาน ช่วยให้กระบวนการนำเข้าสินค้าเร็วขึ้นมาก


ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ด่านรถไฟโม่ฮานนำเข้าทุเรียนกว่า 34,000 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 1.8 เท่า สะท้อนว่าระบบรางกำลังมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานผลไม้ของจีน


คนจีนรุ่นใหม่ ดันตลาดทุเรียนโตต่อ


การเติบโตของตลาดทุเรียนจีน ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ของจีน ที่นิยมผลไม้นำเข้าและสินค้าพรีเมียมมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองระดับ 2 และระดับ 3


สถาบันวิจัย iiMedia Research ประเมินว่า ตลาดผลไม้นำเข้าของจีนมีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านหยวนต่อปี และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง


สำหรับ “ทุเรียน” กลายเป็นหนึ่งในผลไม้พรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด ผ่านทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิง


ในช่วงเทศกาลชอปปิงสำคัญ เช่น 6.18 และ Double 11 ยอดขายทุเรียนมักติดอันดับสินค้าขายดีบนแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ JD.com อยู่เป็นประจำ


หลายเมืองในจีนเริ่มมี “ร้านบุฟเฟต์ทุเรียน” และเมนูขนมจากทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าทุเรียนกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการบริโภคของชนชั้นกลางจีน


เวียดนาม คู่แข่งสำคัญของไทย


แม้ไทยยังเป็นผู้นำตลาด แต่การแข่งขันกำลังรุนแรงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากเวียดนาม


หลังจากเวียดนามได้รับอนุญาตส่งออกทุเรียนสดเข้าสู่จีนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2565 ส่วนแบ่งตลาดของไทยเริ่มถูกกดดันมากขึ้น


จุดแข็งของเวียดนาม คือ ระยะทางใกล้จีนกว่า ต้นทุนขนส่งต่ำกว่า และสามารถขนส่งทางบกได้รวดเร็ว ทำให้บางช่วงราคาทุเรียนเวียดนามในจีนต่ำกว่าทุเรียนไทยหลายสิบเปอร์เซ็นต์


ขณะเดียวกัน มาเลเซียก็เร่งขยายตลาด “มูซังคิง” ในกลุ่มพรีเมียม ส่วนฟิลิปปินส์เองก็เริ่มเพิ่มการส่งออกเข้าสู่จีนมากขึ้น


ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศมองว่า ไทยจำเป็นต้องรักษาคุณภาพสินค้าและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารอย่างเข้มงวด เพราะจีนเพิ่มความเข้มงวดเรื่องสารตกค้างและมาตรฐานนำเข้าอย่างต่อเนื่อง


ทุเรียนไทยยังนำ แต่เกมแข่งขันยากขึ้น


วันนี้ “ทุเรียนไทย” ยังเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดจีน และยังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคจีน


แต่หลังจากนี้ การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องราคา โลจิสติกส์ คุณภาพสินค้า และมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร


สิ่งสำคัญที่สุด คือ การรักษาคุณภาพ เพื่อให้ทุเรียนไทยยังยืนระยะในตลาดโลกได้ในระยะยาว และสร้างรายได้กลับมาสู่ชาวสวนไทยต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง