รีเซต

"เฮลท์แคร์" ไทย เมื่อ AI เคลื่อน Wellness Hub หนุนเศรษฐกิจ 3 แสนล้าน

"เฮลท์แคร์" ไทย เมื่อ AI เคลื่อน Wellness Hub หนุนเศรษฐกิจ 3 แสนล้าน
TNN ช่อง16
2 กรกฎาคม 2569 ( 09:32 )
13

อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ในประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากโมเดลเดิมที่มุ่งเน้นการรักษาเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย ไปสู่แนวคิดใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาสุขภาพล่วงหน้า และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งกำลังกลายเป็นทิศทางหลักของระบบสุขภาพทั่วโลก

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงขับเคลื่อนร่วมกันของ AI การใช้ข้อมูลเชิงลึก และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระบบนิเวศใหม่ที่ขยายตัวข้ามอุตสาหกรรม

สอดคล้องกับมุมมองของ PwC ที่ระบุว่า ตลาดเฮลท์แคร์ของประเทศไทยยังคงมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาโรค มาเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ รวมถึงแนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นการปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรมสุขภาพทั้งระบบ ซึ่งมีผู้บริโภค เทคโนโลยี และเงินลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่กำลังผลักดันให้บริการด้านสุขภาพเคลื่อนจากการรักษาไปสู่การป้องกัน และการออกแบบบริการให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือบทบาทของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูล เปรียบเทียบบริการ และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้บริโภคมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น และคาดหวังประสบการณ์ด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและตอบโจทย์เฉพาะตัว

ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องมาตรฐานการรักษาอีกต่อไป แต่ต้องยกระดับประสบการณ์ของผู้ป่วยและสร้างบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง เพราะอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ AI และข้อมูลจะเป็นหัวใจสำคัญของระบบทั้งหมด

เป้าหมายของระบบสุขภาพยุคถัดไปไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการเพิ่ม Healthspan หรือช่วงเวลาของชีวิตที่ผู้คนสามารถมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้ยาวนานขึ้น ในอนาคต ผู้บริโภคจะคาดหวังให้สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล แทนกระบวนการแบบเดิมที่ต้องร้องขอเอกสารจากสถานพยาบาล

และที่สำคัญในอีก 3–5 ปีข้างหน้า Healthcare ไทยมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่ระบบนิเวศสุขภาพ ที่เชื่อมต่อหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ค้าปลีก ประกันภัย ไปจนถึงระบบขนส่ง บริการสุขภาพจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น ผ่านบริการดูแลสุขภาพที่บ้าน แพลตฟอร์มดิจิทัล การแพทย์ทางไกล หรือ Telehealth และบริการสุขภาพแบบครบวงจร

ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศไทย ตามรายงานของ SCB EIC ระบุว่ากลุ่มผู้ป่วยชาวไทยคาดว่าจะขยายตัว 2.9% คิดเป็นมูลค่า 2.9 แสนล้านบาท การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged society ของไทยตั้งแต่ปี 2024 จากสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่มากกว่า 14% ของประชากรทั้งหมด

อีกทั้ง สัดส่วนผู้สูงอายุยังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าในปี 2033 จะเป็นปีที่ไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด หรือ Super-aged society จากสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปถึง 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะช่วยหนุนให้ความต้องการบริการด้านการแพทย์เพิ่มขึ้นในระยะยาว

ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติยังเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 4.3% มีมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท จากการที่ประเทศไทยถือเป็นประเทศยอดนิยมสำหรับกลุ่ม Medical tourism จากจุดแข็งในด้านค่ารักษาพยาบาลที่สมเหตุสมผล และแข่งขันได้ สถานพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล

บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาทั้งแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด รวมถึงพนักงานที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก และด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เข้ามาพักรักษาพร้อมพักผ่อนกับครอบครัว 

อีกหนึ่งปัจจัยที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญคือ มาตรการของรัฐบาลที่จะช่วยสนับสนุนให้ไทยกลายเป็น Longevity & Wellness Hub เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อทั้งอุตสาหกรรมสุขภาพ ที่ไม่ใช่เพียงกลุ่มโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มนวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นสูง ที่จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกในระยะถัดไป

ซึ่งหลายหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย โดยกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ก็เล็งเห็นว่า ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสมัยการแพทย์สมัยใหม่มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง หรือ Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs)

ขณะที่สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ก็พร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ ด้วยแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ สู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของภูมิภาค และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน

อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ของไทยมีความแข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน ด้วยความโดดเด่นครองใจผู้ป่วยต่างชาติ แต่เมื่อเทคโนโลยีเดินหน้า ความต้องการของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป บทบาทของ AI ที่มีอิทธิพลในทุกอุตสาหกรรม เฮลท์แคร์ไทยต้องพร้อมที่จะยกระดับ เพื่อรักษา และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกมหาศาลในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง