ORโค้งสามกำไรสต๊อก การเงินแกร่งคงยิลด์4-5%

#OR #ทันหุ้น - โบรก คาด OR ไตรมาส 3/2569 มีลุ้น Stock Gain -ค่าการตลาดมีแนวโน้มทรงตัวดีขึ้น ดันผลงาน Q3/2569 ฟื้นตัว แถมดีต่อเนื่องในไตรมาส 4 จากเข้าสู่ไฮซีซันธุรกิจน้ำมัน ด้าน Lifestyle แกร่ง รับผลดียอดขาย Café Amazon โต พร้อมฟันธงกำไรครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกชัด ชูฐานะการเงินแกร่ง รักษายิลด์ 4-5% ในระยะข้างหน้า เคาะเป้าพื้นฐาน 14-17.30 บาท
นางสาวศิริลักษณ์ พินทุสุนทร IAA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวโน้มผลประกอบการ ของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในไตรมาส 3/2569 นี้จะเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain) เข้าไปช่วยสนับสนุนผลงานเพิ่มเติมได้ อ้างอิงสมมุติฐานราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และแม้หลายวันนี้จะปรับลงมาต่อเนื่อง แต่ ณ สิ้นเดือนนี้ น่าจะยังสูงกว่าระดับต่ำช่วงปลายไตรมาสก่อน
@ยอดขายฟื้น
ในทางกลับกันจังหวะราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจกดดันค่าการตลาด (Marketing Margin) ในบางช่วงเวลาให้แคบลงสะท้อนไปยังผลการดำเนินงานหลัก (Core Performance) อย่างไรก็ดีหากเปรียบเทียบกับ ไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมา ค่าการตลาดตลอดไตรมาสปัจจุบันยังมีทิศทางทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นได้อยู่ รวมไปถึงภาพรวมการดำเนินงานธุรกิจค้าปลีกน้ำมันยังน่าจะดีขึ้นจากฐานต่ำ แม้จะยังคาบเกี่ยวช่วงที่ฝนตกซึ่งปริมาณการเติมน้ำมันมักจะน้อยกว่าฤดูกาลอื่น
และส่วนธุรกิจ Lifestyle ในไตรมาส 3/2569 คาดว่าผลการดำเนินงานจะยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเหตุผลสนับสนุนจากการที่แบรนด์หลักอย่างร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) สามารถสร้างรายได้และผลการดำเนินงานได้อย่างสม่ำเสมอตามปกติ
ทั้งนี้ พิจารณาสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) พบว่า ธุรกิจน้ำมันยังคงเป็นแกนหลัก โดยมีสัดส่วน EBITDA อยู่ที่ประมาณ 50-60% ขณะที่ ธุรกิจไลฟ์สไตล์มีสัดส่วน EBITDA อยู่ที่ประมาณ 30-40% ส่งผลให้ทิศทางผลประกอบการรวมของบริษัทยังคงได้รับอิทธิพลจากธุรกิจน้ำมันเป็นสำคัญ
@Q4 ไฮซีซัน
แนวโน้มผลประกอบการสำหรับไตรมาส 4/2569 ในส่วนธุรกิจน้ำมันมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2569 โดยมีปัจจัยบวกจากการที่สถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ของ OR เป็นรูปแบบที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารเอง ซึ่งช่วยให้ค่าการตลาดรักษาเสถียรภาพให้อยู่ในระดับปกติที่ประมาณ 0.80 - 1.00 บาทต่อลิตรได้ อย่างไรก็ตามประเด็นค่าการตลาดยังมีความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมหรือแรงกดดันจากภาครัฐบาลที่ต้องเฝ้าติดตามอยู่ ด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ในไตรมาส 4/2569 อาจทรงตัวหรือย่อตัวลงบ้าง จากการทยอยรับรู้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่มักจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้าย ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ยังคงให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 17.30 บาทต่อหุ้น
@คงปันผลดี
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง OR ว่า ประเมินไตรมาส 2/2569 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี และผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 ก่อนดีขึ้นต่อในไตรมาส 4/2569 จากทั้งธุรกิจน้ำมัน (Mobility) และธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแรงยังช่วยรองรับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในช่วง 4.0-5.0% ได้ในระยะข้างหน้า
สำหรับไตรมาส 3/2569 ธุรกิจน้ำมันมีแนวโน้มฟื้นตัวแรง หลังไตรมาสก่อนหน้าถูกกดดันจากปริมาณขายน้ำมันที่ต่ำผิดปกติ เพราะมีการเร่งซื้อน้ำมันไปแล้วในเดือนมีนาคม 2569 ช่วงเริ่มสงครามอิหร่าน-สหรัฐ รวมถึงค่าการตลาดที่ลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกและการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV) ขณะที่ไตรมาส 4 เป็นช่วง High season ของธุรกิจน้ำมัน จากการเดินทางช่วงคริสต์มาสและรอยต่อปีใหม่
ในฝั่งธุรกิจไลฟ์สไตล์ ก็น่าจะดีขึ้นเช่นกัน นำโดย Café Amazon ซึ่งจำนวนแก้วขายโดยปกติจะทรงตัวในไตรมาส 3/2569 และคาดจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 3% ในไตรมาสสุดท้ายทำให้โดยรวมมีโอกาสที่กำไร 6 เดือนหลังของปีนี้ ส่อแข็งแกร่งกว่า 6 เดือนแรกของปีอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 14 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
