รีเซต

SKR ไฟเขียวซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านบาท ไม่เกิน 127.31 ล้านหุ้น เริ่ม 30 ก.ย. 2569

SKR ไฟเขียวซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านบาท ไม่เกิน 127.31 ล้านหุ้น เริ่ม 30 ก.ย. 2569
ทันหุ้น
24 กันยายน 2569 ( 12:35 )
5

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #SKR ไฟเขียวซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านบาท ไม่เกิน 127.31 ล้านหุ้น เริ่ม 30 ก.ย. 2569

บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 127,313,915 หุ้น คิดเป็น 6.19% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด โดยกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2570 ผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะที่เมื่อนับรวมกับหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไว้แล้ว 37,280,000 หุ้น จะมีหุ้นซื้อคืนสะสมรวม 164,593,915 หุ้น หรือ 8.00% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด

บริษัทระบุว่า การซื้อหุ้นคืนมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ตลอดจนแสดงถึงความเชื่อมั่นของบริษัทต่อศักยภาพการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต รวมถึงฐานะทางการเงินของบริษัท

สำหรับวิธีการซื้อหุ้นคืน บริษัทจะดำเนินการผ่านการจับคู่อัตโนมัติในระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยราคาหุ้นที่จะซื้อคืนจะไม่เกิน 115% ของราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนหน้าวันที่ทำการซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ ราคาตลาดของหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2569 อยู่ที่ 7.85 บาทต่อหุ้น

ด้านสภาพคล่อง บริษัทมีข้อมูลจากงบการเงินเฉพาะกิจการงวดล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยมีกำไรสะสม 2,888.40 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืนอยู่ที่ 483.80 ล้านบาท ส่วนเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 508.65 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น 334.05 ล้านบาท รายได้ค้างรับ 472.95 ล้านบาท และเงินลงทุนในสถาบันการเงิน 500.20 ล้านบาท รวมเป็น 1,815.85 ล้านบาท ซึ่งบริษัทระบุว่าจะทำให้มีกระแสเงินสดและสภาพคล่องรองรับวงเงินซื้อหุ้นคืนสูงสุด 1,000 ล้านบาท และยังคงมีสภาพคล่องสำหรับใช้หมุนเวียนภายในกิจการและชำระหนี้ที่ครบกำหนดในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

ภายหลังการซื้อหุ้นคืน บริษัทระบุว่า ผู้ถือหุ้นอาจได้รับ ROE และ EPS ที่สูงขึ้นจากการซื้อหุ้นคืน ขณะที่ปริมาณหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะลดลง ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพมากขึ้น ส่วนบริษัทจะมีสินทรัพย์ในรูปเงินสดและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงตามจำนวนเงินที่ใช้ไปเมื่อสิ้นสุดโครงการ

สำหรับหุ้นที่ซื้อคืน บริษัทจะจำหน่ายด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาความเหมาะสม สถานการณ์ และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวิธีการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบอีกครั้ง โดยบริษัทจะสามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้เมื่อพ้น 3 เดือนนับแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น และต้องจำหน่ายให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดในโครงการ แต่ไม่เกิน 3 ปีนับแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งก่อนมีวันสิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และบริษัทระบุว่าการซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่จะดำเนินการได้เมื่อโครงการก่อนหน้าซื้อหุ้นคืนครบจำนวนแล้ว หรือพ้นกำหนดวันสิ้นสุดการซื้อหุ้นคืนครั้งก่อน หรือวันที่การยกเลิกโครงการมีผล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง