บัวหลวงชูหุ้นเด่น Smart Grid เปิด 5 เสาหลัก รับลงทุนไฟฟ้ารอบใหม่

#ทันหุ้น - บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ มองว่า Smart Grid ไทยกำลังเปลี่ยนจากช่วงวางแผนระยะยาว ไปสู่การออกกฎ โครงการนำร่อง และการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยแผนระยะกลางปี 2022–2031 แบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 เสาหลัก ดังนี้
1) การตอบสนองด้านโหลดและระบบบริหารพลังงาน (DR & EMS): เป็นส่วนที่ช่วยลดความต้องการใช้ไฟช่วงพีก โดยให้โรงงาน อาคาร หรือครัวเรือนเลื่อนหรือลดการใช้ไฟในช่วงที่ระบบตึงตัว ทำให้ระบบได้ “กำลังสำรองเสมือน” โดยไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ การลงทุนส่วนใหญ่จึงอยู่ใน Smart meter, Sensor, ระบบควบคุม, ศูนย์บริหารจัดการความต้องการไฟ (DR), Cloud, Data analytics และ Cybersecurity มากกว่าสินทรัพย์โครงข่ายขนาดใหญ่ และเปิดโอกาสสร้างรายได้ทั้งจากการขายอุปกรณ์ ค่าติดตั้ง ซอฟต์แวร์ และค่าบริหารระบบ ดังนั้น หุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์ เช่น SKY, PIS, FORTH, PCC และ ALT
2) การพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecasting): เมื่อสัดส่วน Solar และลมเพิ่มขึ้น ระบบต้องคาดการณ์กำลังผลิตล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น เพื่อลดต้นทุนกำลังสำรองโดยไม่จำเป็น การลงทุนจึงเน้น ข้อมูลสภาพอากาศและโรงไฟฟ้า ระบบสื่อสารและ SCADA, AI/ML, Cloud และการเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบควบคุมไฟฟ้า เป็นหลัก ดังนั้น หุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์ เช่น TKC และ SAMART
3) Microgrid & Prosumer: เน้นสร้างระบบไฟฟ้าย่อยที่สามารถบริหารการผลิต การกักเก็บ และการใช้ไฟภายในพื้นที่ได้เอง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความมั่นคงของไฟสูง โดยโอกาสไม่ได้จำกัดแค่งาน EPC แต่สามารถต่อยอดเป็นรายได้ประจำผ่าน PPA, BOO/BOOT หรือ Energy-as-a-Service ได้ ตัวอย่างหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์ เช่น BGRIM (สามารถพัฒนาต่อยอดโครงการแบบครบวงจร และลงทุนเองได้)
4) ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS): ถือเป็นหนึ่งในแหล่งเงินลงทุนขนาดใหญ่ที่สุด เพราะช่วยเก็บไฟส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียนไว้ใช้ในช่วงที่ต้องการ ลดข้อจำกัดของระบบสายส่ง และให้บริการเสริม อย่างไรก็ตาม เรามองว่า กลุ่มนี้ ต้องรอรูปแบบค่าตอบแทนและบริการของระบบจะชัดเจน เพราะผลตอบแทนควรมาจากหลายแหล่ง ไม่ใช่เพียงการซื้อไฟช่วงราคาต่ำแล้วขายช่วงราคาสูง ทั้งนี้ การลงทุนครอบคลุมตั้งแต่ Battery, Inverter, Transformer, EMS/SCADA ไปจนถึง EPC และงานระบบ โดยหุ้นที่ใกล้เคียงการลงทุนนี้ และมีโอกาสได้ประโยชน์ เช่น EA, GPSC, GULF และ EGCO
5) การเชื่อมกลุ่ม EV เข้ากับระบบไฟฟ้า (EV Integration): ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มสถานีชาร์จ แต่คือการทำให้ระบบสามารถ บริหารเวลาและปริมาณการชาร์จ EV เพื่อไม่ให้สร้าง Peak load ใหม่ โดย EV Load Aggregator จะรวมรถและหัวชาร์จจำนวนมากให้บริหารเสมือนเป็นโหลดเดียวกัน ขณะที่ระยะยาว Vehicle-to-Grid (V2G) อาจทำให้แบตเตอรี่รถ EV กลายเป็นแหล่งกักเก็บไฟแบบกระจายตัว โอกาสจึงอยู่ที่ Smart charging, Backend, ระบบบริหารโหลด ซอฟต์แวร์ การชำระเงิน และบริการจัดการ Fleet มากกว่าการขายหัวชาร์จอย่างเดียว โดยหุ้นที่ใกล้เคียงกับธีมการลงทุนนี้ และมีโอกาสได้ประโยชน์ เช่น FORTH และ EA
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
