NER ยางขาขึ้นยาว 4-5 ปี กำไรทะลัก 511 ล้านบาท

#NER #ทันหุ้น – NER โชว์ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิทะลัก 511.68 ล้านบาท ทะยาน 56.68% ชี้ราคายางพาราจะเป็นขาขึ้นยาว 4-5 ปี ซัพพลายตึงตัวต้องใช้เวลา ดันมาร์จิ้นดีต่อเนื่อง พร้อมโกยออเดอร์ในประเทศหลังกลุ่มทุนจีนย้ายฐานผลิตเข้าไทย ยอดขายรวมปี 2569 แตะระดับ 31,000 ล้านบาท โบรกชูไตรมาส 4 งบจะแรงใกล้นิวไฮ
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมราคายางพาราได้ผ่านพ้น "จุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี" ไปแล้วอย่างแน่นอน โดยประเมินว่าแนวโน้มราคายางพาราจากนี้ไป จะทรงตัวแข็งแกร่งและไม่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 70 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้ NER จะเติบโตล้อไปตามทิศทางราคายางพาราเป็นหลัก โดยเป็นการเติบโตจาก "ยอดขาย" หรือมูลค่าขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แม้ปริมาณการผลิตจะไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการรอขยายโรงงาน ขณะที่อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มในเชิงบวกต่อไป
@ซัพพลายตึงตัว
นายชูวิทย์ กล่าวเสริมถึงภาพรวมอุปสงค์และอุปทาน (Demand & Supply) ยางพาราโลกว่า ฝั่งอุปทาน (Supply) มีแนวโน้มตึงตัวยาวนาน เนื่องจากราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้เกษตรกรตัดโค่นต้นยางไปเป็นจำนวนมาก และมีผู้ปลูกใหม่ทดแทนไม่ถึง 20% โดยส่วนใหญ่เปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ดังนั้นการที่อุปทานจะกลับมาสมดุลกับความต้องการใช้โลกที่ระดับประมาณ 12 ล้านตันต่อปี อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ปี ส่วนฝั่งอุปสงค์ (Demand) หากภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนลดลง สงครามยุติ และอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลง เชื่อว่าความต้องการใช้จะฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากถูกอั้นมานาน
ทั้งนี้ โครงสร้างการขายของ NER ในปัจจุบัน ยอดขายในประเทศเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนจากประเทศจีนได้ย้ายฐานการผลิตเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย เพื่อใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษี GSP ของประเทศไทย ซึ่งช่วยลดภาระภาษีนำเข้า ส่งผลให้มีการสั่งซื้อยางพาราภายในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดต่างประเทศ แม้ยอดขายส่งออกไปยังประเทศจีนจะปรับตัวลดลงประมาณ 5-10% ตามภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง แต่บริษัทได้รับออเดอร์จากตลาดประเทศอินเดียเข้ามาทดแทนได้อย่างลงตัว
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานรวมในปี 2569 จากเดิมที่เคยประเมินไว้ระดับ 32,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากบริษัทได้ทำการตกลงขายสินค้าล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จึงคาดการณ์ว่ายอดขายรวมตลอดทั้งปี 2569 จะทำได้ที่ประมาณ 31,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่เติบโตอย่างมั่นคง
@ กำไรพุ่ง 56.68%
ทั้งนี้ NER ได้รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 8,109.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,382.00 ล้านบาท คิดเป็น 20.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปริมาณขายรวมอยู่ที่ 109,251 ตัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2.84% แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 511.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185.10 ล้านบาท หรือเติบโตก้าวกระโดด 56.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ยอดขายในประเทศเติบโตโดดเด่น อยู่ที่ 6,476.57 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 79.87% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 28.78% ขณะที่ยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 1,632.70 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 20.13%
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 NER มีปริมาณขายรวม 341,713 ตัน คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 22,460.58 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิรวม 1,202.41 ล้านบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบยางพาราที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากภัยแล้ง (เอลนีโญ) ในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการ BOI-CSR เข้ามาชดเชยและบรรเทาผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
@ไตรมาส 4 โดดเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแนวโน้มผลงานไตรมาส 4/2569 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็น 80 บาทต่อกก. ส่งผลให้กำไรปกติมีโอกาสขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเดิมที่ 619 ล้านบาท หนุนประมาณการกำไรปี 2569 มี Upside Risk อีกราว 9% ทั้งนี้ คงคำแนะนำ "ซื้อ" ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570ที่ 7.20 บาท บน PER2570 ต่ำเพียง 4.5 เท่า พร้อมคาด Dividend Yield ครึ่งหลังปี 2569 ราว 5.6 - 6%
ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)ให้คำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 5.00 บาท (อิง PER 5.6 เท่า) เน้นย้ำความแข็งแกร่งของฐานลูกค้ารายใหญ่ในประเทศจีน หลังเข้าเยี่ยมชม ZC Rubber ผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ที่สุดในจีนและอันดับ 9 ของโลก รวมถึง Fubang Holdings Group ซึ่ง NER มีสัดส่วนราว 11% ของยอดขายรวม สะท้อนศักยภาพการรองรับคำสั่งซื้อและความสัมพันธ์ทางการค้าที่มั่นคงระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
