รีเซต

RCL กำไร Q3/2569 แตะ 3,262 ล้านบาท เคาะปันผล 0.50บ./หุ้น จ่าย 4 ธ.ค.นี้

RCL กำไร Q3/2569 แตะ 3,262 ล้านบาท เคาะปันผล 0.50บ./หุ้น จ่าย 4 ธ.ค.นี้
ทันหุ้น
6 พฤศจิกายน 2569 ( 13:14 )

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #RCL กำไร Q3/2569 แตะ 3,262 ล้านบาท เคาะปันผล 0.50บ./หุ้น จ่าย 4 ธ.ค.นี้ 

บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) (RCL) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 3,262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.7% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไร 1,981 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้จากการเดินเรือที่เพิ่มขึ้น 1,050 ล้านบาท หรือ 10.4% ประกอบกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนการเดินเรือลดลง 2.4% แม้ปริมาณการขนส่งลดลง 4.1% ขณะที่อัตราค่าระวางเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 552 ดอลลาร์ต่อตู้ในไตรมาส 2/2569 เป็น 624 ดอลลาร์ต่อตู้ในไตรมาส 3/2569 จากปัญหาความแออัดของท่าเรือหลักทั่วโลกและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6,364 ล้านบาท โดยรายได้จากการเดินเรือเพิ่มขึ้น 2,082 ล้านบาท หรือ 7.5% จากอัตราค่าระวางเฉลี่ยที่ปรับขึ้นเป็น 520 ดอลลาร์ต่อตู้ จาก 420 ดอลลาร์ต่อตู้ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งลดลง 232,000 ตู้ หรือ 11.7% เนื่องจากความแออัดของท่าเรือทำให้เรือต้องใช้เวลารอเทียบท่านานขึ้น รอบการเดินเรือยาวขึ้น และจำนวนเที่ยววิ่งลดลง ขณะที่ต้นทุนการเดินเรือเพิ่มขึ้น 7.1% จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

บริษัทระบุว่า อุตสาหกรรมขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลในไตรมาส 3/2569 เผชิญทั้งปัจจัยท้าทายและปัจจัยสนับสนุน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการขาดแคลนตู้สินค้าที่ตกค้างในเครือข่ายขนส่งทั่วโลกเป็นแรงกดดัน ขณะที่ดัชนีค่าระวางเรือตู้สินค้าส่งออกท่าเรือเซี่ยงไฮ้ (SCFI) ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ จากความแออัดของท่าเรือในเอเชียและยุโรป รวมถึงการประท้วงหยุดงานของแรงงานท่าเรือ แม้ค่าระวางทยอยปรับลดลงหลังสิ้นสุดช่วงความต้องการขนส่งสูงสุด (Peak Season) แต่ปัญหาความแออัดยังช่วยพยุงค่าระวางให้อยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อนต่อเนื่องจนสิ้นไตรมาส

ด้านการบริหารจัดการ บริษัทปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรืออย่างยืดหยุ่นเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง พร้อมจัดสรรกำลังระวางไปยังเส้นทางที่มีความต้องการขนส่งสูง เพื่อรักษาระดับการใช้ประโยชน์กองเรือให้อยู่ในระดับเหมาะสม นอกจากนี้ ยังสั่งต่อเรือใหม่เพิ่มเติม 12 ลำ ประกอบด้วยเรือขนาด 1,900 TEU จำนวน 4 ลำ ขนาด 3,100 TEU จำนวน 6 ลำ และขนาด 9,200 TEU จำนวน 2 ลำ โดยจะทยอยส่งมอบและเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2571 เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางและเสริมศักยภาพการให้บริการในอนาคต

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 บริษัทจัดพิธีตั้งชื่อเรือใหม่ 3 ลำ ได้แก่ อณิตตาภูมิ (Anitta Bhum) เบญญาภาภูมิ (Benyapar Bhum) และจันทิษาภูมิ (Chantisa Bhum) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสั่งต่อเรือขนาด 4,488 TEU จำนวน 10 ลำ โดยเรืออณิตตาภูมิเข้าประจำเส้นทางเชื่อมเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา ส่วนเรือเบญญาภาภูมิและเรือจันทิษาภูมิจะเข้าสู่กองเรือในไตรมาส 4/2569 เพื่อให้บริการเส้นทางเชื่อมเอเชียกับอนุทวีปอินเดีย และเส้นทางจีนตอนใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามลำดับ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 2/2569 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ตามข้อมูลที่แจ้งในเอกสารเป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 4 ธันวาคม 2569

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง