“เอกนิติ”ชี้เลือกตั้งสหรัฐเขย่าตลาดโลก หุ้นผันผวน น้ำมันร่วง จับตา AI หนุนลงทุนไทย

#ทันหุ้น “เอกนิติ”ชี้เลือกตั้งสหรัฐกดดันตลาดโลกผันผวน จับตานโยบาย AI และราคาน้ำมัน ขณะที่ไทยรับอานิสงส์ AI Supply Chain หลังยอดขอส่งเสริมลงทุน BOI พุ่ง พร้อมเดินหน้าเจรจาการค้า ชูวินัยการคลังแกร่ง หนี้สาธารณะ 60 กว่า% ของ GDP ต้นทุนกู้ยืมเพียง 2%
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเผยถึงผลกระทบจากการเลือกตั้งกลางเทอมและสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯว่า แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงดำรงตำแหน่งบริหารประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุน โดยตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนระยะสั้น สะท้อนจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความชัดเจนของนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และ Data Center ซึ่งมีผลต่อทิศทางหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลดลงแรง ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
ไทยรับอานิสงส์ AI Supply Chain เงินลงทุนจ่อไหลเข้า
ฃอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก ประเทศไทยยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI Supply Chain โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่ายอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ในการประชุม IMF และธนาคารโลก ยังมีการกล่าวถึงประเทศไทยในฐานะ 1 ใน 4 ประเทศสำคัญของโลก ร่วมกับมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ที่มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก ถือเป็นโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติและต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ
ส่วนการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญ โดยนายกรัฐมนตรีอาจมีโอกาสหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงการประชุมเอเปก (APEC) ที่จะถึงนี้
ชูวินัยการคลังแกร่ง หนี้ไทยต่ำกว่าสหรัฐฯ
ด้านฐานะการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า วินัยการคลังเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มีหนี้สาธารณะสูงกว่า 100% ของ GDP และเผชิญแรงกดดันด้านเพดานหนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะระดับ 5%
ขณะที่ ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับ 60 กว่า% ของ GDP และมีต้นทุนการกู้ยืมผ่านพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 2% สะท้อนความได้เปรียบด้านต้นทุนทางการเงินและความแข็งแกร่งทางการคลัง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญช่วยรองรับความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก
“ผมคิดว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น มันคงเป็นความผันผวนระยะสั้นระยะหนึ่ง สำหรับประเทศไทยนั้น ถือว่า เราได้รับผลกระทบทางบวกในแง่ AI ซัพพลายเชน วันนี้ เมืองไทยยอดส่งเสริมการลงทุนบีโอไอสูงขึ้นมาก ก็อาจจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาอีก ส่วนทางลบ ก็เป็นเรื่องผลกระทบต่อตลาดเงิน ตลาดทุน แต่วินัยการคลังของเรายังดี เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะรองรับความผันผวนจากตลาดโลกได้”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
