ส่อง BGRIM-GPSC เด่น โบรกชี้รับผลดี หลังราคาน้ำมันลด

#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากสถานการณ์สงครามอิหร่านกับสหรัฐ เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังการเจรจาผ่านตัวกลางมีความคืบหน้า ประกอบกับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ พรรค Democrat สามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้งสองสภา ส่งผลให้ ตลาดประเมินว่ามีโอกาสจำกัดการยกระดับความขัดแย้งทางทหาร และเพิ่มโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเจรจาหาทางยุติสงคราม ส่งผลให้ราคา น้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 31 ส.ค. 2569
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ประเมินว่าการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานเป็น Sentiment เชิง บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP โดยเฉพาะบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)หรือ GPSC หากสถานการณ์ สงครามคลี่คลายต่อเนื่อง จะช่วยให้ต้นทุนก๊าซทยอยปรับลดลงในระยะถัดไป ส่งผลบวกต่ออัตรากำไรจากการจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ใน ส่วนที่ยังไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทันที
โดยคาด BGRIM จะ ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากสัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าในกลุ่ม IU ราว 20–30% ของรายได้จากการขายไฟฟ้าโดยรวม ขณะที่ GPSC มีสัดส่วน IU ราว 30–35% แต่กว่า 70% เป็นสัญญาระบบ Gas Link ที่สามารถส่งผ่าน ต้นทุนได้ ทำให้ส่วนที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากต้นทุนก๊าซที่ลดลงจริงอยู่ที่ ราว 9–11% ของรายได้จากการขายไฟฟ้าโดยรวม ส่วน GULF มีสัดส่วน IU เพียง 6 – 8% จึงได้รับประโยชน์ทางตรงที่ค่อนข้างจำกัด
ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน แม้ไม่ได้รับประโยชน์จากราคาก๊าซที่ลดลง ในแง่ต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ยังมีความน่าสนใจในฐานะหุ้นที่มีความ เสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานต่ำ ในช่วงที่พลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอน
กลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้น BGRIM ให้เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยแนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 22 บาท จากโอกาสได้รับประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ทยอยปรับ ลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรธุรกิจ SPP ขณะที่ GPSCแนะนำ"ซื้อ" เช่นกัน ให้ราคาเป้าหมายที่ 56 บาท มองว่าเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากทิศทางดังกล่าวเช่นกัน
ส่วน GULF ยังมีความน่าสนใจจากปัจจัยพื้นฐานที่ แข็งแกร่งและ Backlog ในมือสูง แนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 80 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
