BGRIM +7.84% สวนตลาด รับราคาพลังงานร่วงแรง โบรกเคาะเป้า 25 บาท.

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #BGRIM +7.84% สวนตลาด รับราคาพลังงานร่วงแรง โบรกเคาะเป้า 25 บาท.
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) กำลังพิสูจน์ความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงไฟฟ้า แม้ต้องเผชิญต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีแรงหนุนจากค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น รายได้จากโครงการต่างประเทศ และการรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nakwol I ในเกาหลีใต้
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินกำไรหลักไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อน และเติบโต 48% จากไตรมาสก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท เทียบราคาหุ้นอ้างอิง 19.10 บาท คิดเป็น Upside 30.7%
ค่าไฟขึ้นช่วยพยุงกำไร แม้ต้นทุนก๊าซยังแรง ประเด็นที่น่าสนใจคือ BGRIM สามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ แม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 400 บาทต่อล้านบีทียู (mmbtu) จาก 299 บาทต่อล้านบีทียูในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 35%
แรงชดเชยสำคัญมาจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า โดยค่าไฟฟ้าสำหรับการขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เพิ่มขึ้น 25% YoY ขณะที่ค่าไฟฟ้าสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) เพิ่มขึ้น 4% และค่าไอน้ำเพิ่มขึ้น 25%
นอกจากนี้ ปริมาณขายไฟฟ้ายังขยายตัว โดยยอดขายให้ EGAT เพิ่มขึ้น 1% และลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน
เมื่อรวมปัจจัยดังกล่าว โกลเบล็กคาดว่ารายได้ไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 16,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% YoY และ 6.5% QoQ ส่วน EBITDA อยู่ที่ 3,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY
ด้านกำไรสุทธิรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 787 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 521 ล้านบาทในไตรมาส 3/2568 และ 676 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 ขณะที่กำไรหลัก (Core Net Profit) อยู่ที่ 687 ล้านบาท
ต่างประเทศเริ่มส่งกำไร โครงการใหม่ทยอยเติมพอร์ต อีกหนึ่งตัวแปรที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการคือรายได้และกำไรจากธุรกิจต่างประเทศ โดยโกลเบล็กคาดว่าโครงการ ARECO จะสร้างกำไรสุทธิให้ BGRIM ราว 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 40 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม Nakwol I มีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเป็นแรงสนับสนุนหลัก โดยคาดว่าบริษัทร่วมจะสร้างส่วนแบ่งกำไรรวมประมาณ 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ BGRIM ยังมีรายได้จากค่าพัฒนาโครงการต่างประเทศประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกส่วนที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกโครงการที่มีทิศทางบวกทั้งหมด เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Malacha ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มสร้างกำไรสุทธิลดลงเหลือประมาณ 10 ล้านบาท จากปริมาณน้ำไหลเข้าที่ลดลง
Data Center คือโอกาสเติบโตรอบใหม่ สำหรับภาพระยะยาว โกลเบล็กมองว่า BGRIM ยังมีโครงการที่ทยอยเข้ามาสนับสนุนกำไรอย่างต่อเนื่อง ทั้งโรงไฟฟ้า SPP โรงไฟฟ้าพลังน้ำในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nakwol
โดยคาดว่าโครงการที่มีความชัดเจนในการพัฒนาจะสร้างกำไรสุทธิให้บริษัทเพิ่มขึ้นจากประมาณ 200 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 400-800 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2570-2573
ส่วนโครงการใหม่ที่มีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติมตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป อาจสร้างกำไรสุทธิเพิ่มอีก 1,200-1,700 ล้านบาทต่อปี โดยมีแรงสนับสนุนจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) โครงการ Direct PPA การขยายโรงไฟฟ้า SPP และโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระในมาเลเซีย
อีกโอกาสสำคัญคือความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center ซึ่งโกลเบล็กประเมินว่าอาจสร้างกำไรสุทธิให้ BGRIM ราว 400-1,600 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2570-2573
นั่นหมายความว่า การเติบโตของ BGRIM ในระยะถัดไปไม่ได้พึ่งพาเพียงการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ แต่ยังมีโอกาสจากการเพิ่มกำลังผลิตและความต้องการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจดิจิทัลเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่
หนี้ยังสูง! Asset Recycling เป็นกุญแจสำคัญ
อย่างไรก็ตาม จุดที่นักลงทุนยังต้องติดตามคือภาระหนี้ของบริษัท โกลเบล็กระบุว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 BGRIM มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity) อยู่ที่ 2.2 เท่า และหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Net Debt to EBITDA) อยู่ที่ 7.2 เท่า ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
แต่บริษัทมีแนวทางรองรับผ่านการเติบโตของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการทำ Asset Recycling หรือการขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อนำเงินกลับมาบริหารธุรกิจ
กลยุทธ์ดังกล่าวอาจรวมถึงการขายโรงไฟฟ้า SPP ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติและสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนที่สร้างกระแสเงินสด เพื่อนำเงินบางส่วนไปชำระหนี้ และอีกส่วนกลับไปลงทุนในโครงการใหม่
นอกจากนี้ โกลเบล็กระบุว่า 51% ของหนี้ทั้งหมดอยู่ในระดับโครงการ ขณะที่ประมาณ 80% ของหนี้ระดับบริษัทเป็นหนี้อัตราดอกเบี้ยคงที่ และมีเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพียง 15%
กำไรปี 2569 คาดโต 33.9% คงเป้า 25 บาท สำหรับแนวโน้มทั้งปี โกลเบล็กประเมินรายได้ปี 2569 อยู่ที่ 60,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY และกำไรสุทธิ 2,243 ล้านบาท เติบโต 33.9% จากปีก่อน
ส่วนปี 2570 คาดกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,103 ล้านบาท เติบโต 38.4% และปี 2571 มีโอกาสขยับขึ้นสู่ 3,655 ล้านบาท
ด้วยแนวโน้มการเติบโตจากกำลังผลิตใหม่ ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และโอกาสบริหารสินทรัพย์เพื่อลดภาระหนี้ โกลเบล็กจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายด้วยวิธี Sum of the Parts (SoTP) ที่ 25 บาท
มุมมองนักลงทุน: BGRIM มีแรงหนุนทั้งจากค่าไฟฟ้า โครงการต่างประเทศ และ Data Center แต่โจทย์สำคัญคือการรักษากำไรท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ผันผวน พร้อมบริหารหนี้ให้อยู่ในระดับเหมาะสม การเติบโตของกำไรและความสำเร็จในการขายสินทรัพย์จึงเป็นสองเรื่องที่ต้องจับตาควบคู่กัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
