XSpring ปักธง AUM แรงดับเบิ้ล มอง Crypto ETF คือโอกาสใหม่

#XSPRING #ทันหุ้น - XSpring AM เร่งขยายธุรกิจบริหารกองทุน ตั้งเป้า AUM แตะ 1 หมื่นล้านบาทในปี 2570 จากปัจจุบัน 2,700-3,000 ล้านบาท พร้อมดัน AUA สู่ 6,000 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายพันธมิตรและแพลตฟอร์มดิจิทัล เล็งเห็นโอกาสพัฒนาสินค้า Crypto ETF เน้นเหรียญตัวหลัก Bitcoin
นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็กซ์สปริง sinv XSpring AM เปิดเผยว่า ทิศทางและแนวโน้มการเปิดกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทั่วโลกในช่วง 2 ปีมานี้ หลายแห่งได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เน้นการเปิดเสนอขายกองทุนที่มีความผันผวนต่ำ มีความยืดหยุ่นสูง และมุ่งสร้างเสถียรภาพในการทำกำไรเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ประเมินระยะสั้นช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ทิศทางการลงทุนหลักจะยังคงอิงกับรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ดั้งเดิมเป็นหลัก สินทรัพย์ที่มีตัวตนและจับต้องได้ (Real Assets) อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์ตามแนวโน้มที่มีอัตราการตกรุ่นต่ำ ซึ่งมีความคงทนสูง ยากต่อการถูกทดแทนหรือดิสรัปต์ (Disrupt) ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI
@ปัจจัยบวกตลาดทุน
สำหรับทิศทางของตลาดหุ้นไทยพบปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวแล้ว ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหลังจากที่มีการชะลอตัวไปในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า ประกอบกับการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือและแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ น่าจะส่งผลให้เกิดการปรับสัดส่วนการลงทุนและย้ายเงินทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม
ด้านระดับราคาและมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในระดับที่มีความเหมาะสม ไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป แต่มีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนและโมเมนตัมการลงทุนที่เริ่มฟื้นตัวหากภาครัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองได้อยู่
ขณะเดียวกัน นโยบายการสนับสนุนให้บริษัทขนาดเล็ก กลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น (SMEs) และกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่มีธรรมาภิบาลที่ดีเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นทิศทางเชิงโครงสร้างที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ เข้าสู่ระบบ
นอกจากนี้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างเสถียรภาพแก่ตลาดหุ้นผ่านกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่ซึ่งกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาจัดตั้งกองทุน Thailand Individual Savings Account (TISA) แม้ว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในปี 2569 แต่การเปิดตัวในปี 2570 จะทำหน้าที่เป็นกันชน (Buffer) ลดความผันผวนให้แก่ตลาดหุ้นไทย เช่นเดียวกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในอดีต ทว่าเพิ่มเติมจุดเด่นสำคัญคือไม่มีข้อกำหนดเรื่องวันหมดอายุของกองทุน
@สินทรัพย์ดิจิทัล
ด้านโอกาสที่กำลังจะมาถึงเกี่ยวเนื่อง การเกิดกองทุน Crypto ETF หลังจากสำนักงาน ก.ล.ต. ไทยได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
อุตสาหกรรมจัดการลงทุนต่างๆ น่าจะสนใจนำเสนอสินค้าประเภทนี้ อย่างไรก็ดีในแง่การพิจารณาคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนรวมนั้น ควรต้องมุ่งเน้นการคัดสรรเหรียญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง เช่น Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ซึ่งเป็นเหรียญหลักที่มีการใช้งานจริงในระบบนิเวศดิจิทัลผ่านการชำระค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Gas Fee) ในการโอนสินทรัพย์ระหว่างกระเป๋าดิจิทัล
ต่างจากเหรียญดิจิทัลอื่น ๆ ที่ขาดมูลค่าทางเศรษฐกิจรองรับและต้องอาศัยเพียงความชื่นชอบของนักลงทุน ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการลงทุนในหุ้นสามัญที่มีงบการเงิน สินทรัพย์ที่มีตัวตน และผลการดำเนินงานทางธุรกิจที่ตรวจสอบได้ ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Crypto ETF จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและเจาะจงเฉพาะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรองรับอย่างชัดเจนเท่านั้น
@เป้าการเติบโต
ด้านเป้าหมายการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) นั้น มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากฐานเดิมกระทั่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2,700 ถึง 3,000 ล้านบาท แม้ว่าเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ตั้งไว้ระดับ 5,000-6,000 ล้านบาทจะมีความท้าทาย แต่บริษัทก็ยังคงเป้าหมายนี้ไว้ และยังมีเป้าหมายในระยะถัดไปสำหรับปี 2570 ไว้ที่ระดับ 10,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ด้านสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำ (AUA) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากจำนวนกองทุนรวมของพันธมิตรบนชั้นวางกว่า 1,600 กองทุน บริษัทมีแผนที่จะขยาย AUA ให้เติบโตขึ้นสู่ระดับ 6,000 ล้านบาทในปี 2570 สนับสนุนด้วยทีมวิเคราะห์การลงทุนและกลยุทธ์ คอยคัดสรรและแนะนำกองทุนรวมที่มีศักยภาพเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน
อีกทั้งกลยุทธ์การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายพันธมิตร ปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย AUM และ AUA คือการพัฒนาและเชื่อมต่อช่องทางการจัดจำหน่ายร่วมกับตัวแทนสนับสนุนการขายหรือซื้อขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) ให้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มดิจิทัลและแอปพลิเคชันบนมือถือของบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
