รีเซต

บลจ.กสิกรไทยเปิดเกมลงทุนปี 70 ชูแนวทาง Core Portfolioเสริมแกร่ง

บลจ.กสิกรไทยเปิดเกมลงทุนปี 70 ชูแนวทาง Core Portfolioเสริมแกร่ง
ทันหุ้น
6 พฤศจิกายน 2569 ( 08:00 )
13

#บลจ.กสิกรไทย #ทันหุ้น บลจ.กสิกรไทย ฉายภาพลงทุนปี 2570 ฟันธงเงินเฟ้อ–ดอกเบี้ยสูงยังท้าทายตลาด ด้าน AI เชื่อไปต่อ แต่ต้องเลือกหุ้นที่สร้างกำไรได้จริง พร้อมชูตราสารหนี้รับอานิสงส์แรงกดดันดอกเบี้ยผ่อนคลาย จับมือ  J.P. Morgan เดินกลยุทธ์ Lifetime Investing จัดพอร์ตแกร่งรับทุกจังหวะตลาด ชูแนวทางสร้าง Core Portfolio ที่ยืดหยุ่น และแนวคิด Lifetime Investing บริหาร Wealthspan ให้สอดคล้องกับ Lifespan เพื่อรับมือ Longevity Risk สำหรับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

                นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) กล่าวว่า แนวโน้มภาพการลงทุนในปี 2570 แม้ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจและภาคธุรกิจยังมีความยืดหยุ่น โดยกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในปี 2570 มีแนวโน้มเติบโตราว 15%

                อย่างไรก็ตาม Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นแรงกดดันต่อ Valuation ทำให้ราคาหุ้นอาจไม่สะท้อนการเติบโตของกำไรได้เต็มที่ การลงทุนจึงควรให้น้ำหนักกับพื้นฐานและความสามารถในการสร้างกำไรของบริษัท ควบคู่กับการติดตามทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่ยังเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดหุ้น

*AIยังเป็นธีมที่ไปต่อ

                ด้าน AI ยังคงเป็นหนึ่งในธีมการเติบโตระยะยาว แต่โอกาสการลงทุนกำลังขยายวงกว้างขึ้นจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่ธุรกิจอื่นๆที่สามารถนำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ เช่น ธนาคาร ค้าปลีก และธุรกิจการแพทย์ ขณะเดียวกัน ต้องจับตาว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสามารถสร้างรายได้ กำไร และกระแสเงินสดได้อย่างยั่งยืนเพียงใด ท่ามกลางต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น ทำให้การคัดเลือกบริษัทที่สามารถทำกำไรจากการลงทุนด้าน AI อย่างยั่งยืนมีความสำคัญมากขึ้น

                สำหรับทิศทางราคาน้ำมัน ประเมินว่าโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากราคาน้ำมันที่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือว่าอยู่ในระดับสูงแล้ว และมีโอกาสปรับตัวลดลง โดยเฉพาะภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) ของสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตมีอำนาจในสภามากขึ้น อาจเป็นปัจจัยจำกัดการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน หรืออย่างน้อยอาจทำให้ราคาไม่ปรับตัวสูงขึ้นไปมากกว่าระดับปัจจุบัน

*ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงจะยังเป็นปัจจัยกดดันค่าครองชีพของประชาชน แต่หากมองไปถึงปี2570 ในกรณีที่ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่บริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผลกระทบต่อเงินเฟ้อจะทยอยลดลง เนื่องจากการคำนวณเงินเฟ้อเป็นการเปรียบเทียบราคากับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น หากราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากฐานเดิม ก็จะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในปีถัดไป

ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยประเมินว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1–2 ครั้งในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า หากราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในระดับดังกล่าว ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้นอย่างจำกัด ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดตราสารหนี้ โดยเฉพาะโอกาสที่ราคาตราสารหนี้จะได้รับประโยชน์จากแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

            นายวิน กล่าวต่อไปว่า เพื่อนำมุมมองการลงทุนระดับโลกมาเชื่อมโยงกับการบริหารความมั่งคั่งตลอดช่วงชีวิต ท่ามกลางบริบทที่ผู้ลงทุนต้องเผชิญทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และอายุที่ยืนยาวขึ้น บลจ.กสิกรไทย ร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management ผ่านแนวคิด Lifetime Investing ให้ความสำคัญกับการออกแบบพอร์ตให้สอดคล้องกับบทบาทของเงินที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่การสร้างและต่อยอดความมั่งคั่ง การสร้างกระแสรายได้ ไปจนถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสเติบโต รายได้ และการบริหารความเสี่ยง

นอกเหนือจากการมองหาโอกาสเติบโต การลงทุนระยะยาวยังต้องมีพื้นฐานพอร์ตที่สามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน ภายใต้แนวคิด “PLUS Your Wealth: Building a Stronger Core for an Uncertain World” ซึ่งเน้นการสร้างพอร์ตที่สามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์ โดยกำหนดบทบาทของแต่ละสินทรัพย์ให้ส่งเสริมกัน โดยหุ้นทำหน้าที่สร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุน

ขณะที่ตราสารหนี้คุณภาพดีระยะสั้นถึงปานกลางช่วยสร้างรายได้ระหว่างการถือครองและลดความอ่อนไหวต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ส่วนตราสารหนี้ระยะยาวมีบทบาทช่วยรองรับความเสี่ยงในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว รวมไปถึงสินทรัพย์อื่นๆ ที่ช่วยรับมือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง

“โจทย์การวางแผนเกษียณกำลังเปลี่ยนไปตามอายุที่ยืนยาวขึ้น โดยคนไทยที่มีอายุ 60 ปี ยังมีอายุคาดเฉลี่ยอีกประมาณ 22 ปี สะท้อนว่าช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ และทำให้ Longevity Risk หรือความเสี่ยงที่เงินจะหมดก่อนชีวิต มีความสำคัญมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การวางแผนจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการสะสมเงินให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ต้องบริหาร Wealthspan ให้สอดคล้องกับ Lifespan โดยเปลี่ยนบทบาทของเงินจากการสร้างความมั่งคั่งในวัยทำงาน ไปสู่การสร้างกระแสรายได้ บริหารความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตต่อหลังเกษียณ เพื่อให้ความมั่งคั่งสามารถรองรับการใช้ชีวิตและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปตลอดช่วงชีวิต” นายวินกล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง