“ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” บ้านใหม่ของเหล่าบ้านใหญ่ เปลี่ยนเกมเลือกตั้งอีสาน ?

ปรากฎการณ์ย้ายบ้านของเหล่าบ้านใหญ่ เกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ช่วงก่อนการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคเพื่อไทย เลือดไหลออกรุนแรงสุด และส่วนใหญ่ปลายทางเคหะสถานใหม่ของ สส. ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นเหล่าบ้านใหญ่ คือ พรรคภูมิใจไทย ที่ดูดเข้าไปได้ถึง 61 คน จาก 6 พรรค
รองลงมาคือพรรคกล้าธรรม ดูดไปได้ 17 คน จาก 5 พรรค
ปรากฎการณ์ สส. ที่ครองคะแนนนิยมในพื้นที่ พอย้ายบ้านแล้ว ต้องมาชิงชัยกับอดีตบ้านหลังเก่า เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน
ยกตัวอย่างในอุบลราชธานี สำนักข่าวรอยเตอร์ ลงพื้นที่ทำข่าวเรื่องนี้ และพูดคุยกับ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต สส. พรรคเพื่อไทย ที่มาวันนี้ลงชิงชัยในฐานะพรรคภูมิใจไทย
เธอระบุว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นปัจจัยสำคัญของคนในพื้นที่
รอยเตอร์เดินสายสัมภาษณ์ผู้มีสิทธิลงคะแนน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนาชาวไร่ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังเปลี่ยนฐานเสียงสีแดง ให้กลายเป็นสีน้ำเงิน
นี่ยังไม่นับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ค่าครองชีพสูง และหนี้สิน จนผู้คนหมดศรัทธา
ที่จังหวัดศรีษะเกษ หากไม่เป็นน้ำเงิน ผู้คนก็บอกจะไปเลือกสีเขียว หรือพรรคกล้าธรรม ยกตัวอย่าง นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ซึ่งเป็นอดีต สส. พรรคเพื่อไทย
แต่สำหรับ เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย อุบลราชธานี ที่ต้องไปชิงชัยกับ สุดารัตน์ อดีต สส.เพื่อไทย เหมือนกัน ยังเชื่อว่า ผู้คนในพื้นที่อีสานยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอยู่
ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิเคราะห์ผลของการย้ายค่ายของเหล่าอดีต สส. และบ้านใหญ่ว่า สะท้อนถึงแนวคิดการเลือกผู้สมัครของผู้คนในภาคอีสาน ที่ยังยึดโยงตัวบุคคล มากกว่าพรรคการเมืองที่พวกเขาสังกัด
เลือกตั้งปี 66 พรรคเพื่อไทยชนะ 73 ที่นั่ง จาก 133 ที่นั่งในภาคอีสาน แต่ภูมิทัศน์การเมืองที่เปลี่ยน เกมย้ายค่าย ย้ายบ้านของบ้านใหญ่ จะทำให้เพื่อไทยยังทาสีแดงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไทยได้แค่ไหน ยังต้องจับตาดู
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
