คนไทย 20 ล้านต้องเก่ง AI เจาะวิสัยทัศน์ “ยศชนัน วงสวัสดิ์” ใช้เอไอ ‘เปลี่ยน-ขับเคลื่อน’ ไทย

คนไทย 1 ใน 3 ควรต้องมีทักษะและความเข้าใจด้าน AI ถึงจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจทัดเทียมนานาชาติได้
นี่คือวิสัยทัศน์ของ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ที่ให้เกียรติมาร่วมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ AI Leadership and the future หรือ ผู้นำกับ AI และอนาคตองค์กร จัดขึ้นโดย TNN
นั่นหมายความว่า ยศชนัน ต้องการให้คนไทยกว่า 20 ล้านคน มี AI Literacy เพราะมองว่า นี่เป็นตัวเลขที่จะขับเคลื่อนประเทศได้อย่างแท้จริง
"วันนี้มาคุยกับทุกท่านนะครับ เพราะว่าผมมาตั้งเป้านะครับ ร่วมกับทีมงานครับ ร่วมกับคนอื่นไว้ว่า เราอยากอัพสกิล รีสกิลคนไทยอะ ให้ได้ AI Literacy องค์ความรู้ AI อะ 1 ใน 3 ครับท่าน ก็คือประมาณสัก 20 ล้านคนนะฮะ" ยศชนัน กล่าว
"วีคที่แล้วเนี่ยผมคุยกับคุณซิกเว่ ของทรูเหมือนกันนะครับ ท่านตั้งไว้ 12 ล้านนะครับท่าน ผมบอก 20 ล้าน ท่านก็ตกใจ บอกเดี๋ยวขอมาพบหน่อยนะฮะ"
"ถ้าท่านสามารถทำให้ประเทศไทยเนี่ยมีองค์ความรู้ AI หรือ AI Literacy ได้เนี่ย ก็ วิน-วิน นะครับ ผมก็สบายไปด้วยนะครับท่าน"
และปีนี้ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวง อว. ชี้ว่า เป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของไทย เพราะทั้งโลกเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกันหมด ทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ ภูมิรัฐศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไวแบบรายเดือน
ผู้นำโลกหลายประเทศเลี้ยวผิดทางด้านเอไอ และกำลังถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ นั่นทำให้แม้ประเทศไทยจะขยับตัวช้ากว่า แต่ได้มายืนอยู่บนทางแยกเดียวกัน
มันเป็นโอกาสให้เหยียบคันเร่ง และแซงหน้าได้
แต่การจะผลักดันบุคลากรผู้มีทักษะเอไอ ถึง 20 ล้านคน ต้องอาศัยระบบนิเวศที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน
นั่นคือสาธารณูปโภค ที่เป็นบ้านหลังใหญ่ที่พร้อม ดาตาเซนเตอร์ที่ปลอดภัย โครงสร้างพลังงานที่เพียงพอ และความปลอดภัยไซเบอร์ที่รัดกุม
อีกหัวใจสำคัญ คือ ผู้นำองค์กร ซึ่งต้องมีทักษะที่เอไอทดแทนไม่ได้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานก้าวไปข้างหน้า การตัดสินใจที่ต้องใช้ดุลยพินิจสูง แม้จะให้เอไอช่วยเป็นที่ปรึกษา รวมถึงเป็นผู้นำที่เข้าใจเอไอ เพื่อกำหนดทิศทางองค์กรสู่ AI-First Organization ได้
ทักษะที่เอไอเลียนแบบไม่ได้
การสร้างแรงบันดาลใจ (Ambition & Inspiration): ผู้นำต้องมีความทะเยอทะยานและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานได้. เอไออาจให้ข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถ "ปลุกใจ" หรือรับรู้ถึง Mood & Tone และความต้องการทางอารมณ์ (Empathy) ของพนักงานในแต่ละช่วงเวลาได้เหมือนมนุษย์.
การตัดสินใจ (Decision Making): แม้เอไอจะเป็นที่ปรึกษาที่เก่งกาจ สามารถวิเคราะห์หนังสือเป็นพันเล่มหรือสรุปข้อมูลมหาศาลให้เราได้ แต่ ผู้นำคือคน "เคาะ" คนสุดท้าย. ผู้นำต้องใช้ดุลยพินิจตรวจสอบว่าสิ่งที่เอไอเสนอมานั้น "Make Sense" หรือไม่ และต้องรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจนั้น.
ความซับซ้อนของสติปัญญา (Human Complexity): การใช้สติปัญญาของมนุษย์ที่ผ่านการอัปเกรดทักษะ (Reskill/Upskill) จะสร้างพลังที่ซับซ้อนและเหนือกว่าเอไอ
ระดับความเข้าใจที่ผู้นำต้องมี (CEO’s AI Literacy)
ยศชนัน เน้นย้ำว่า ผู้นำระดับ CEO ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึงขั้นเทคนิคการเขียนโปรแกรม (Technical level 1-2-3) แต่ต้องมีความรู้ในระดับ Literacy:
รู้ว่าเอไอใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง: เพื่อกำหนดทิศทางและดึงศักยภาพของเอไอมาใช้ให้ถูกจุด.
เข้าใจวัฒนธรรมของคนทำงานเอไอ: ต้องรู้ว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอ (Developer/Researcher) มีวัฒนธรรมการทำงานและวิถีชีวิต (Culture) อย่างไร เพื่อที่จะบริหารจัดการคนกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
การกำหนดทิศทางสู่ AI-First Organization
การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร AI-First (เช่น กรณีศึกษาของทรู คอร์ปอเรชั่น) ต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ของผู้นำ:
เน้น Productivity: ใช้เอไอเพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ในทุกภาคส่วน ไม่ใช่ใช้แบบสุ่มสี่สุ่มห้า.
กล้าทิ้งกระบวนการที่ล้าสมัย: ผู้นำต้องกล้าปล่อยกระบวนการทำงานที่หมดอายุ (Obsolete) ไป แต่ "ห้ามทิ้งคน" โดยต้องนำพนักงานกลับมาอัปสกิลเพื่อให้อยู่ในวงจรนวัตกรรมใหม่ได้.
ยึดถือจริยธรรม: การขับเคลื่อนสู่ AI-First ต้องมาพร้อมกับหลักการ การใช้เอไออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) เป็นหัวใจสำคัญในทุกระดับ
ท้ายสุด เมื่อบุคลากรพร้อมโอบรับเอไอ องค์กรเป็น Ai-First ผู้นำจะมีส่วนสำคัญที่จะตัดสินใจว่า ส่วนงานไหนที่ล้าสมัย
จุดนี้ ยศชนัน ย้ำว่า ต้องรักษาคนไว้ให้มากที่สุด ด้วยการอัพสกิลและรีสกิล อย่าให้ AI มาแทนที่ แต่ต้องนำ AI มาต่อยอดให้บุคลากรมากความสามารถ แต่อายุเยอะ สามารถทำงานต่อไปได้ในรูปแบบอื่น
และแน่นอน แม้เอไอจากต่างประเทศจะมีศักยภาพสูง แต่เอไอสัญชาติไทย เป็นสิ่งที่องค์กรและคนไทยทุกคนต้องร่วมกันสนับสนุน เพื่อให้ไทยไม่ตกขบวนเอไอ แม้แต่ด้านเดียว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
