รีเซต

ออกกำลังกายแบบหนักเพียงเล็กน้อย อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ถึง 8 ชนิด

ออกกำลังกายแบบหนักเพียงเล็กน้อย อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ถึง 8 ชนิด
TNN ช่อง16
17 เมษายน 2569 ( 11:19 )
15

งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Heart Journal พบว่า การมีกิจกรรมออกกำลังกายแบบ “หนัก” (vigorous) เพียงเล็กน้อย อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ถึง 8 ชนิด

ดร. Leana Wen อธิบายว่า นักวิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง “ความเข้มข้นของการออกกำลังกาย” กับความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง

พวกเขาใช้ข้อมูลจากโครงการ UK Biobank ซึ่งติดตามสุขภาพของคนจำนวนมากในสหราชอาณาจักร โดยมีทั้งกลุ่มที่ใส่อุปกรณ์ติดตามการเคลื่อนไหว (~96,000 คน) และกลุ่มที่รายงานด้วยตัวเอง (~375,000 คน)

ติดตามผลเฉลี่ยประมาณ 9 ปี โดยดูการเกิดโรค 8 ชนิด ได้แก่

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (atrial fibrillation)
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคอักเสบจากภูมิคุ้มกัน
  • ไขมันพอกตับ
  • โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง
  • โรคไตเรื้อรัง
  • ภาวะสมองเสื่อม
  • รวมถึงอัตราการเสียชีวิต

ผลลัพธ์สำคัญ

คนที่มี “กิจกรรมแบบหนัก” มากกว่า 4% ของกิจกรรมทั้งหมด มีความเสี่ยงลดลงอย่างมาก:

  • ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม 63%
  • ลดเบาหวานชนิดที่ 2 60%
  • ลดไขมันพอกตับ 48%
  • ลดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง 44%
  • ลดโรคไตเรื้อรัง 41%
  • ลดโรคอักเสบจากภูมิคุ้มกัน 39%
  • ลดโรคหัวใจ 31%
  • ลดหัวใจเต้นผิดจังหวะ 29%
  • ลดโอกาสเสียชีวิต 46%

ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าทึ่งมาก เปรียบเหมือนมียาตัวเดียวที่ลดความเสี่ยงได้หลายโรคพร้อมกัน

“การออกกำลังกายแบบหนัก” คืออะไร?

คือกิจกรรมที่ทำให้:

  • หัวใจเต้นเร็วขึ้นมาก
  • หายใจแรงขึ้น

วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ “talk test”:

  • พูดเป็นประโยคยาวได้ = ระดับเบา–กลาง
  • พูดได้แค่คำสั้น ๆ = ระดับหนัก

ตัวอย่าง: วิ่ง ปั่นจักรยานเร็ว ว่ายน้ำ ขึ้นบันไดเร็ว

แม้แต่กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น รีบเดินหรือยกของหนัก ก็ถือเป็นแบบหนักได้

ทำไมความเข้มข้นสูงถึงดี?

เพราะ:

  • พัฒนาสมรรถภาพหัวใจเร็วขึ้น
  • เพิ่มความไวต่ออินซูลิน
  • ช่วยระบบเผาผลาญ
  • อาจช่วยสมอง
  • และบางโรคดูเหมือนจะ “ตอบสนองต่อความเข้มข้น” มากกว่าปริมาณ

ต้องออกกำลังกายหนักแค่ไหน?

ไม่ต้องมากเลย แค่ให้กิจกรรมแบบหนักเกิน ~4% ของกิจกรรมทั้งหมด ก็เริ่มเห็นผลแล้ว

ซึ่งแปลว่า “ไม่กี่นาทีต่อวัน” ก็เพียงพอ

ทำอย่างไรให้ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน?

  • เดินขึ้นบันไดเร็วแทนลิฟต์
  • เดินเร็วขึ้นระหว่างเดินทาง
  • จอดรถไกลขึ้นแล้วเดินเร็ว
  • แบกของหนัก

หรือทำแบบ interval:

ช่วงช้า → ช่วงเร็ว → สลับกัน

(เช่น ว่ายน้ำหรือวิ่ง)

ทำช่วงหนักครั้งละ 30 วินาที – 1 นาที

แล้วผู้สูงอายุหรือคนที่เคลื่อนไหวลำบากล่ะ?

ความ “หนัก” ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ตัวอย่าง: เดินเร็วขึ้นเล็กน้อย ลุก–นั่งจากเก้าอี้หลายครั้ง  แม้กระทั่งการออกกำลังกายบนเก้าอี้ก็ช่วยได้

แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง