รีเซต

3 มิถุนายน "วันวิ่งโลก" (World Running Day) ชวนทุกคนผูกเชือกรองเท้า แล้วก้าวออกไปเพื่อตัวเอง

3 มิถุนายน "วันวิ่งโลก" (World Running Day) ชวนทุกคนผูกเชือกรองเท้า แล้วก้าวออกไปเพื่อตัวเอง
TNN ช่อง16
2 มิถุนายน 2569 ( 20:50 )
14

ในทุก ๆ วันพุธแรกของเดือนมิถุนายน คือสัญญาณเตือนให้คนรักสุขภาพทั่วโลกหันมาผูกเชือกรองเท้าให้แน่น เพราะมันคือ "วันวิ่งโลก" หรือ "World Running Day" (ซึ่งในปี 2569 นี้ ตรงกับวันที่ 3 มิถุนายน) วันที่ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อให้นักวิ่งมาแข่งขันกัน แต่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการออกกำลังกายที่เรียบง่ายที่สุด ทว่าทรงพลังที่สุดในโลก


ความเป็นมาของ "วันวิ่งโลก"

จุดเริ่มต้นของวันนี้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในปี 2552 เดิมทีใช้ชื่อว่า "วันวิ่งแห่งชาติ" (National Running Day) ก่อนจะประกาศยกระดับอย่างเป็นทางการสู่ระดับสากลในชื่อ "World Running Day" เมื่อปี 2559 โดยสมาคมผู้จัดงานวิ่งมาราธอนระดับโลก (International Association of Athletics Federations)


วัตถุประสงค์หลักคือ "การสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกเพศ ทุกวัย ลุกขึ้นมาขยับร่างกาย" เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และตระหนักว่าการวิ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬามืออาชีพ คุณก็สามารถมีความสุขกับก้าวของตัวเองได้


 คำแนะนำในการ "วิ่งเพื่อสุขภาพ" ให้ยั่งยืนและปลอดภัย

หากวันวิ่งโลกปีนี้ คือจุดเริ่มต้นที่คุณอยากจะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง แพทย์มักแนะนำเสมอว่า "อย่าเพิ่งรีบวิ่งให้เร็วที่สุด แต่จงวิ่งให้มีความสุขที่สุด" และนี่คือแนวทางง่าย ๆ สำหรับมือใหม่


1. ฟังเสียงร่างกาย

ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการวิ่งมาราธอน สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้ใช้สูตร "เดินสลับวิ่ง" (Walk-Run Method) เช่น เดินเร็ว 2 นาที สลับวิ่งเหยาะ ๆ 1 นาที เพื่อให้หัวใจและกล้ามเนื้อค่อย ๆ ปรับตัว

2. วิ่งในความเร็วที่ "คุยรู้เรื่อง" 

การวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ควรเหนื่อยจนหอบแฮก ลองเช็กตัวเองด้วยการพูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือร้องเพลงสั้น ๆ หากยังพูดเป็นประโยคได้โดยไม่ขัดจังหวะ แสดงว่านั่นคือความเร็วที่เหมาะสม (Zone 2) ซึ่งดีต่อระบบหัวใจและช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด


3. วอร์มอัพและคูลดาวน์คือสิ่งที่ต้องห้ามลืม 

ก่อนวิ่งควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) เพื่อเตรียมพร้อม และเมื่อวิ่งเสร็จห้ามหยุดเดินทันที ให้ค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลงจนเป็นเดิน แล้วยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบค้างไว้ (Static Stretching) เพื่อลดอาการบาดเจ็บและปวดเมื่อยในวันรุ่งขึ้น


4. สม่ำเสมอ สำคัญกว่าความแรง

การวิ่งสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 20-30 นาที ส่งผลดีต่อสมองและหัวใจในระยะยาวมากกว่าการวิ่งหักโหมวันเดียว 2 ชั่วโมงแล้วหยุดไปเป็นเดือน


"ก้าวที่สั้นที่สุด ก็ยังดีกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ" ในชีวิตเราอาจจะต้องวิ่งวุ่นทำงาน วิ่งตามเดดไลน์ หรือวิ่งตามความคาดหวังของคนอื่นมามากมายแล้ว


วันวิ่งโลก 3 มิถุนายนปีนี้ ลองเปลี่ยนมา "วิ่งตามจังหวะหัวใจของตัวเอง" เพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ปลอดโปร่งกันดู สุขสันต์วันวิ่งโลกค่ะ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง