AI แต่งเพลง 2026 Suno, ElevenLabs และGoogle แข่งเดือดชิงลิขสิทธิ์

ปัจจุบันเริ่มพบเห็นเพลงที่ใช้ AI แต่งขึ้นมาตามสถานที่ต่าง ๆ ท่ามกลางการแข่งขันจากบริษัทผู้พัฒนาอย่างดุเดือด แม้การแข่งขันของ AI สร้างเพลงในช่วงแรกวัดกันว่าใครสามารถเปลี่ยนข้อความไม่กี่บรรทัดให้กลายเป็นเพลงที่ฟังเหมือนมนุษย์ได้มากที่สุด
แต่การแข่งขันในปี 2026 กำลังเข้าสู่เกมที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะคุณภาพเสียงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่กำลังกลายเป็นทรัพยากรสำคัญคือ สิทธิในเพลง ศิลปิน นักแต่งเพลง และข้อตกลงกับเจ้าของลิขสิทธิ์
ในตอนนี้มี 3 ผู้เล่นหลักที่น่าจับตามองคือ ซูโน (Suno), อีเลฟเว่นแล็บส์ (ElevenLabs) และ กูเกิล (Google) ผ่านโฟลว์ มิวสิก (Flow Music) ที่ใช้โมเดลไลเรีย (Lyria) ของกูเกิล ดีปมายด์ (Google DeepMind)
โดยทั้ง 3 บริษัทนี้สามารถสร้างเพลงด้วย AI และกำลังเดินเข้าสู่ตลาดด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน และอาจเป็นตัวอย่างสำคัญว่าอุตสาหกรรมเพลง AI กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ไปสู่การแข่งขันว่าใครสามารถสร้าง ระบบนิเวศด้านสิทธิที่แข็งแรงที่สุด
⬛️ Suno จากคู่ขัดแย้งค่ายเพลง สู่การจับมืออุตสาหกรรม
เริ่มต้นจากซูโน (Suno) ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำให้ Generative AI สำหรับสร้างเพลงเข้าถึงคนทั่วไปอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้เพียงอธิบายแนวเพลง อารมณ์ เนื้อหา หรือรูปแบบที่ต้องการ ระบบก็สามารถสร้างเพลงที่มีทั้งดนตรี เนื้อร้อง และเสียงร้องออกมาได้
โดยบริษัทมี ไมกี ชูลแมน (Mikey Shulman) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ผลักดันแพลตฟอร์ม แต่ความสำเร็จของ Suno มาพร้อมข้อพิพาทครั้งใหญ่กับอุตสาหกรรมเพลง ในปี 2024 ค่ายเพลงรายใหญ่กล่าวหา Suno ว่านำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
ในขณะที่ทาง Suno ได้โต้แย้งว่าการฝึกโมเดลของบริษัทเข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม หรือ Fair Use และการนำเพลงที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ฝึก AI อาจทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของสิทธิในบางกรณี ประเด็นนี้ทำให้คำถามเรื่อง AI เรียนรู้เพลงของใคร และเจ้าของเพลงควรได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ กลายเป็นสมรภูมิสำคัญของอุตสาหกรรม
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นปลายปี 2025 เมื่อ Suno และวอร์เนอร์ มิวสิก กรุ๊ป (Warner Music Group) ยุติคดีระหว่างกันและประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนาโมเดลเพลง AI ที่มีการอนุญาตสิทธิ
หลังจากนั้นในปี 2026 ทาง Suno เดินหน้าสร้างพันธมิตรเพิ่ม ทั้ง บีเอ็มจี (BMG) รวมถึง บีลีฟ (Believe) และ ทูนคอร์ (TuneCore) โดยศิลปินและเจ้าของสิทธิที่เข้าร่วมสามารถเลือกอนุญาตให้ผลงานถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ AI และได้รับค่าตอบแทนตามข้อตกลง
ในเดือนกันยายน 2026 Suno เปิดตัวโมเดล Suno v6 ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นโมเดลรุ่นแรกที่พัฒนาร่วมกับอุตสาหกรรมเพลง นี่จึงเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของ Suno อย่างน่าสนใจ จากบริษัท AI ที่เคยเผชิญหน้ากับเจ้าของลิขสิทธิ์ ไปสู่การพยายามดึงเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มนั่นเอง
⬛️ ElevenLabs ขยับจากเสียงพูด เข้าสู่สมรภูมิเพลงเต็มตัว
ต่อกันด้วยคู่แข่งที่น่าจับตามองอีกบริษัท คือ อีเลฟเว่นแล็บส์ (ElevenLabs) ซึ่งมีมาตี สตานิสเซฟสกี (Mati Staniszewski) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Co-Founder & CEO) ElevenLabs สร้างชื่อจากเทคโนโลยีสังเคราะห์เสียงพูด ก่อนขยายเข้าสู่ตลาดเพลงอย่างจริงจังผ่าน ElevenMusic โดยระบบสามารถสร้างและแก้ไขเพลงจากคำสั่งภาษาธรรมชาติ พร้อมควบคุมเสียงร้อง เครื่องดนตรี สไตล์ และโครงสร้างของเพลงได้
ในเดือนกันยายน 2026 บริษัทเปิดตัว Music v2.5 ที่ปรับปรุงความเป็นธรรมชาติของเครื่องดนตรี ความซับซ้อนของเพลง และคุณภาพเสียง พร้อมระบุว่าผู้ใช้เป็นเจ้าของผลงานที่สร้างขึ้นใน ElevenMusic ในทุกแพ็กเกจ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีระบบป้องกันบางส่วน เช่น จำกัดการดาวน์โหลดผลงานที่อ้างอิงเพลงของศิลปินรายอื่นโดยตรง
แต่หมากสำคัญกว่าเรื่องคุณภาพเสียงเกิดขึ้นเมื่อ ElevenLabs ประกาศข้อตกลงระยะหลายปีกับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิก กรุ๊ป (Universal Music Group: UMG) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 นับเป็นข้อตกลงกับค่ายเพลงรายใหญ่ครั้งแรกของบริษัท ครอบคลุมทั้งการอนุญาตสิทธิและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม AI แยกต่างหากที่ใช้เพลงซึ่งได้รับอนุญาตและการเข้าร่วมโดยสมัครใจของศิลปิน เปิดทางให้แฟนเพลงสร้าง รีมิกซ์ (Remix), แมชอัป (Mashup), การตีความเพลงในรูปแบบใหม่ และประสบการณ์เกี่ยวกับเสียงร้องเฉพาะบุคคล พร้อมวางระบบให้ศิลปินและนักแต่งเพลงได้รับส่วนแบ่งจากมูลค่าที่เกิดขึ้น
จุดนี้ทำให้ ElevenLabs ไม่ได้กำลังขายเพียง AI ที่แต่งเพลงได้ แต่กำลังทดลองโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนเพลงต้นฉบับของศิลปินให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับประสบการณ์ AI ที่เจ้าของสิทธิอนุญาตและสามารถสร้างรายได้
⬛️ Google Flow Music เลือกสร้าง AI ภายใต้ระบบนิเวศขนาดใหญ่
อีกด้านหนึ่งคือ กูเกิล โฟลว์ มิวสิก (Google Flow Music) ซึ่งปัจจุบันมี อีไลอัส โรมัน (Elias Roman) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ กูเกิล แล็บส์ (VP of Product, Google Labs) เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์นี้ โดยใช้โมเดลสร้างเพลงตระกูล Lyria จาก Google DeepMind โดยรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2026 คือ Lyria 3.5 ซึ่งได้รับการปรับปรุงด้านทำนอง เนื้อร้อง เสียงร้อง และการควบคุมรายละเอียดของเพลง
สำหรับโมเดล Lyria 3.5 สามารถสร้างเพลงต่อเนื่องได้ยาวสูงสุดประมาณ 3 นาที รองรับการกำหนดความยาว จังหวะ รูปแบบเสียงร้อง และรายละเอียดทางดนตรี ขณะที่ Lyria RealTime ถูกพัฒนาไปอีกทางสำหรับการสร้างและปรับเปลี่ยนเพลงแบบเรียลไทม์ เช่น ผสมแนวดนตรี เปลี่ยนเครื่องดนตรี ควบคุมคีย์ จังหวะ และความหนาแน่นของเสียงระหว่างที่เพลงกำลังเล่น
Google ยังวางระบบความปลอดภัยแตกต่างจากการสร้างเพลงแบบเปิดทั้งหมด โดยเพลงที่สร้างด้วย Lyria จะถูกฝัง SynthID ซึ่งเป็นลายน้ำดิจิทัลที่มนุษย์แทบไม่สามารถรับรู้จากการฟัง แต่สามารถใช้ตรวจสอบว่าเสียงถูกสร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google
นอกจากนี้ Google ระบุว่าพัฒนาเทคโนโลยีโดยรับฟังความคิดเห็นจากศิลปินและโปรดิวเซอร์เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันต่าง ๆ
⬛️ เปลี่ยนจากแข่งว่าใครแต่งเพลงเพราะกว่า สู่ใครมีสิทธิให้ AI ใช้เพลงมากกว่า
การแข่งขันจึงกำลังเปลี่ยนอย่างชัดเจน ในระยะแรกบริษัท AI สามารถสร้างความแตกต่างด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า เพลงของใครฟังดีกว่า เสียงร้องสมจริงกว่า และทำตาม Prompt ได้แม่นกว่า แต่เมื่อเทคโนโลยีของหลายบริษัทพัฒนาจนสร้างเพลงคุณภาพสูงได้ ความได้เปรียบระยะยาวอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวโมเดลเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ยากกว่าและคู่แข่งลอกเลียนแบบได้ช้ากว่า คือ สิทธิในการเข้าถึงผลงาน ความสัมพันธ์กับค่ายเพลง ความยินยอมของศิลปิน ระบบแบ่งรายได้ และช่องทางนำเพลงไปใช้งานเชิงพาณิชย์ ตัวอย่างชัดเจนคือ Suno ที่จับมือ Warner Music Group, BMG, Believe และ TuneCore ขณะที่ ElevenLabs ได้ Universal Music Group เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ Suno
นี่ทำให้คำว่า Licensed AI Music อาจกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ เพราะหากผู้ใช้สามารถสร้างเพลงที่เกี่ยวข้องกับศิลปินหรือแคตตาล็อกที่ตนชื่นชอบอย่างถูกต้องตามสิทธิ เจ้าของผลงานได้รับค่าตอบแทน และธุรกิจสามารถนำผลงานไปใช้ได้โดยมีเงื่อนไขชัดเจน คุณค่าของแพลตฟอร์มจะมากกว่าการมี AI ที่สร้างเสียงไพเราะเพียงอย่างเดียว
สำหรับในส่วนของฐานผู้ใช้งานนั้น ปัจจุบัน Suno ยังมีตัวเลขที่โดดเด่นที่สุด โดยบริษัทระบุว่ามีผู้คนมากกว่า 100 ล้านคนที่เคยสร้างเพลงบนแพลตฟอร์ม และมีสมาชิกแบบเสียเงินมากกว่า 2 ล้านราย ในขณะที่ ElevenLabs และ Google ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้ใช้ ElevenMusic และ Flow Music ที่สามารถนำมาเปรียบเทียบโดยตรงได้
อย่างไรก็ตาม Google มีข้อได้เปรียบสำคัญจากการนำ Lyria 3.5 เข้าไปให้บริการผ่าน Gemini ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกเข้าถึงเทคโนโลยีสร้างเพลงได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ Flow Music โดยตรง
⬛️ AI อาจไม่ได้ฆ่าอุตสาหกรรมเพลง แต่กำลังบังคับให้เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ
ข้อมูลทั้งหมดเราจะเห็นได้ว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจึงอาจไม่ใช่ว่า Suno, ElevenLabs หรือ Google จะสร้างเพลงได้สมจริงกว่ากัน แต่คือ ใครจะสร้างระบบที่ศิลปิน ค่ายเพลง ผู้ใช้ และ AI สามารถแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันได้
ตัวอย่างเช่น ในอดีต ผู้ฟังซื้อแผ่น ดาวน์โหลดเพลง หรือจ่ายค่าสตรีมเพื่อฟังผลงานที่ศิลปินสร้างขึ้น แต่การมาถึงของเพลง AI กำลังเพิ่มกิจกรรมรูปแบบใหม่เข้ามา ผู้ฟังอาจไม่ได้ต้องการเพียงฟังเพลงของศิลปินคนโปรด แต่อาจต้องการรีมิกซ์ เปลี่ยนแนวเพลง สร้างเวอร์ชันเฉพาะตัว หรือมีส่วนร่วมในการสร้างผลงานภายใต้สิทธิที่ศิลปินอนุญาต แนวคิดของ ElevenLabs กับ UMG และความร่วมมือของ Suno กับค่ายเพลงกำลังทดลองตลาดลักษณะนี้โดยตรง ElevenLabs
สงคราม AI แต่งเพลงรอบใหม่อาจไม่ได้ตัดสินกันว่าใครมีโมเดลเก่งที่สุด แต่ใครสามารถสร้างคลังสิทธิและระบบแบ่งรายได้ที่เจ้าของเพลงยอมรับได้มากที่สุด หากทิศทางนี้เดินหน้าต่อไป ลิขสิทธิ์เพลงอาจกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อ AI Music ไม่ต่างจากข้อมูลและชิปประมวลผลที่มีความสำคัญต่อการแข่งขัน AI ในปัจจุบัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
