บอกลา "มะเร็งตับ-ตับแข็ง" รู้จัก "CRMA-1001" ความหวังใหม่รักษา "ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง"

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า
ทำความรู้จัก CRMA-1001 นวัตกรรม Epigenetic Silencer เพื่อการปิดสวิตช์ไวรัสตับอักเสบบีอย่างถาวร
โรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (Chronic hepatitis B หรือ CHB) มีคนเป็นเยอะมาก และ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากภาวะตับแข็งรวมถึงมะเร็งตับจำนวนไม่น้อย แม้ว่าปัจจุบันจะมีแนวทางการรักษาด้วยยาต้านไวรัสซึ่งช่วยชะลอการลุกลามของโรคและควบคุมปริมาณไวรัสได้ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เนื่องจากยายังไม่สามารถกำจัดสารพันธุกรรมของไวรัสที่ฝังตัวอยู่ในเซลล์ตับได้หมด
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เชื้อไวรัสตับอักเสบบีคงอยู่ได้อย่างยาวนานเกิดจากสารพันธุกรรมสองรูปแบบ ได้แก่ cccDNA ซึ่งเป็นดีเอ็นเอวงกลมอิสระที่ทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียวหลักในการสร้างอนุภาคไวรัสใหม่ และ integrated HBV DNA หรือดีเอ็นเอของไวรัสที่เข้าไปแทรกตัวรวมกับจีโนมของเซลล์ตับผู้ป่วย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโปรตีนเปลือกนอกอย่าง Hepatitis B surface antigen (HBsAg) ออกมาอย่างต่อเนื่อง ระดับ HBsAg ที่สูงในกระแสเลือดส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดภาวะอ่อนล้าและไม่สามารถกำจัดเชื้อได้เอง การจะบรรลุเป้าหมายการรักษาให้หายขาดจึงจำเป็นต้องหาวิธีจัดการกับสารพันธุกรรมทั้งสองแหล่งนี้ไปพร้อมๆกัน
งานวิจัยนี้เพิ่งออกมาวันนี้ใน Nature Biomedical Engineering ได้นำเสนอการพัฒนายาต้นแบบที่มีชื่อว่า CRMA-1001 ซึ่งเป็นนวัตกรรมการรักษาด้วยวิธี Epigenetic silencing เพื่อปิดการทำงานของดีเอ็นเอไวรัสโดยตรง ตัวยาถูกนำส่งเข้าสู่เซลล์ตับผ่านอนุภาค Lipid nanoparticle (LNP) ภายในประกอบด้วย guide RNA (gRNA) ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนระบบนำทางที่มีความจำเพาะสูง ไปยังตำแหน่งเป้าหมายบนดีเอ็นเอของไวรัสตับอักเสบบี ร่วมกับ mRNA ที่นำคำสั่งไปสร้างโปรตีนดัดแปลงพันธุกรรมซึ่งทำหน้าที่ติดเครื่องหมายทางเคมี หรือกระบวนการ DNA methylation ลงบนสารพันธุกรรมของไวรัส ทั้งในส่วนของ cccDNA และดีเอ็นเอที่แทรกตัวอยู่ในจีโนม
ความโดดเด่นของเทคโนโลยี Epigenetic silencing นี้ คือการเข้าไปทำหน้าที่เหมือนการ "ปิดสวิตช์" การถอดรหัสของยีนไวรัส ทำให้ไวรัสไม่สามารถสร้างโปรตีนหรืออนุภาคใหม่ได้ โดยไม่มีการตัด ดัดแปลง หรือสร้างรอยขาดบนสายดีเอ็นเอเหมือนเทคโนโลยี Genome editing ดั้งเดิม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายของจีโนมหรือการกลายพันธุ์ที่ไม่พึงประสงค์ แม้ว่าตัวยาและโปรตีนนำส่งจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็วหลังเข้าสู่ร่างกาย แต่เครื่องหมาย Methylation ที่ถูกฝากไว้จะอยู่และถ่ายทอดต่อไปได้ ส่งผลให้การระงับการทำงานของไวรัสมีความต่อเนื่องและยาวนาน
ในการทดสอบระดับพรีคลินิกกับแบบจำลองสัตว์ทดลอง ทีมวิจัยพบว่าในหนูทดลองที่มีการแสดงออกของไวรัสตับอักเสบบี การให้ยา CRMA-1001 ส่งผลให้ระดับ HBsAg และระดับดีเอ็นเอของไวรัสในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อให้ยาในรูปแบบ finite course หรือการให้ยารายเดือนติดต่อกันจำนวนสามครั้ง พบว่ามีสัตว์ทดลองถึงร้อยละ 90 ที่มีระดับ HBsAg และดีเอ็นเอของไวรัสลดลงจนตรวจไม่พบต่อเนื่องนานถึงหกเดือนหลังการรักษา นอกจากนี้ ตัวยายังทำงานเสริมฤทธิ์ได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับยามาตรฐานอย่าง Entecavir โดยไม่พบข้อขัดแย้งในการออกฤทธิ์
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ในด้านความปลอดภัยและการกระจายตัวของยา จากการทดสอบใน Non-human primates พบว่ายา CRMA-1001 กระจายตัวไปยังอวัยวะเป้าหมายหลักคือตับและม้ามเป็นหลัก โดยไม่พบการสะสมหรือการทำงานในเซลล์สืบพันธุ์ สัตว์ทดลองมีเพียงภาวะเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้นชั่วคราวในกลุ่มที่ได้รับขนาดตลับยาสูงสุดและสามารถกลับสู่ระดับปกติได้เองโดยไม่มีพยาธิสภาพที่รุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น จากการตรวจประเมินระดับจีโนมอย่างละเอียดในเซลล์มนุษย์หลากหลายชนิด ไม่พบว่าตัวยาเข้าไปรบกวนหรือติดเครื่องหมายผิดตำแหน่งบนยีนของร่างกายมนุษย์ ซึ่งแสดงถึงความจำเพาะเจาะจงของตัวยา
ข้อมูลจากการศึกษาระดับพรีคลินิกนี้ชี้ให้เห็นว่า CRMA-1001 มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแนวทางการรักษาแบบกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ซึ่งมีโอกาสช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหายขาดได้ แม้ว่าแบบจำลองในสัตว์ทดลองจะยังไม่สามารถสะท้อนความซับซ้อนของโรคในมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ และจำเป็นต้องมีการทดสอบทางคลินิกในมนุษย์เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อไป แต่งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำวิทยาการด้าน Epigenome editing มาประยุกต์ใช้เพื่อเอาชนะโรคติดเชื้อเรื้อรังที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน
ข้อมูลจาก เพจ เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
